หลังถ่ายฉากแรกเสร็จ จางซูฮั่นก็เกิดความมั่นใจขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
ก็ไม่ได้ยากนี่นา
นี่ก็ผ่านแล้วไม่ใช่เหรอ?
ฮ่า ๆๆๆๆๆ!
ถึงเขาจะมีบทพูดแค่สองประโยค ต้องขยับตำแหน่งแค่ครั้งเดียว เวลาที่เหลือก็ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ แต่นั่นก็ถือว่าผ่านแล้วไม่ใช่เหรอ?
ฮิ ๆๆๆ~~~
ภูมิใจในตัวเองสักนิดคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
ขณะที่กำลังยิ้มปลื้มอยู่ เจ้าหน้าที่กองถ่ายก็วิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาบอก “ฉากต่อไปจะเริ่มถ่ายในอีก 10 นาที เตรียมตัวด้วย!”
“ได้เลย!” จางซูฮั่นรับคำเสียงดังฟังชัด รู้สึกเหมือนตัวเองมีแรงเหลือเฟือไปทั้งตัว
เขาเปิดบทขึ้นมาอ่านเนื้อหาของฉากต่อไปทวนอีกรอบ
ฉากนี้ง่ายกว่าเดิมอีก
งานเลี้ยงส่วนตัว
เซี่ยอี้ได้รับพระบัญชาให้มาร่วมงานเลี้ยง ดื่มไปหลายจอกระหว่างงาน จนเอนกายตาปรืออยู่ข้างโต๊ะ
จักรพรรดิ ซึ่งรับบทโดยเสิ่นถิงเซิน มองเขาจากที่สูงกว่า ก่อนจะพูดบทประโยคนั้นออกมา
เท่านี้ก็จบ
เขาไม่ต้องพูดอะไรด้วยซ้ำ
แค่แกล้งเมาก็พอ
จางซูฮั่นปิดบทลงอย่างมั่นใจ แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังบริเวณถ่ายทำ
ง่ายจะตาย!
เขาเดินอ้อมอุปกรณ์ถ่ายทำหลายชิ้น ผ่านกลุ่มเจ้าหน้าที่กองถ่ายที่กำลังปรับไฟ ไม่นานก็เห็นฉากงานเลี้ยงที่สร้างขึ้นชั่วคราวอยู่ไกล ๆ
แสงเทียนภายในตำหนักไหววูบ โต๊ะเต็มไปด้วยอาหารประกอบฉากหน้าตาประณีต ฉากทั้งหมดถูกอาบด้วยแสงสีเหลืองอบอุ่น ราวกับได้ก้าวเข้าไปในงานเลี้ยงยามค่ำคืนจริง ๆ
เสิ่นถิงเซินเปลี่ยนมาใส่ชุดลำลองสีดำสนิท เกล้าผมหลวม ๆ ด้วยปิ่นอันหนึ่ง แม้ไม่มีชุดมังกรกับมงกุฎจักรพรรดิช่วยเสริมบารมี แต่ก็ยังแผ่รัศมีน่าเกรงขามออกมาโดยไม่ต้องขึ้นเสียง
