จากนั้น ทุกคนในกองถ่ายก็เห็นจางซูฮั่นกลับมาฮึดสู้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน สภาพดูดีขึ้นกว่าเดิมมาก
พอปีนขึ้นไปถึงยอดเขา พวกเขาก็ถ่ายฉากต่อสู้สำคัญเสร็จเป็นฉากแรก
จางซูฮั่นต่อสู้กับ “เงาดำที่มองไม่เห็น” ไปหลายสิบกระบวนท่า
ถึงจะถ่ายทำกันในสถานที่จริง แต่สัตว์ประหลาดก็ยังต้องสร้างขึ้นด้วยเทคนิคพิเศษภายหลัง เขาจึงต้องอาศัยจินตนาการล้วน ๆ แสดงปะทะกับอากาศ ทั้งหลบหลีก ปัดป้อง และกลิ้งตัว ทุกท่วงท่าต้องออกแรงอย่างดุดัน
พออารมณ์ดี ก็รู้สึกเหมือนมีแรงเหลือเฟือ แถมยาน้ำเย็นยะเยือกยังออกฤทธิ์อยู่ ตอนนี้เขาเลยไม่รู้สึกร้อนเลยสักนิด
ทุกท่วงท่าในฉากต่อสู้หนักหน่วงจนน่าตกใจ ผลลัพธ์จึงออกมาดีเกินคาด
ผู้กำกับกับคนเขียนบทมองจนดวงตาเป็นประกาย แทบจะมีแสงวาบออกมา
ได้ไอเดียแล้ว! ได้ไอเดียแล้ว!
“ได้ไอเดียแล้ว!”
คนที่พูดคือสยงเว่ยอี้ เขาอาศัยรถของฉินมู่หยางมาที่กองถ่าย
ตลอดทางเขาปีนเขาขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ใครจะคิดว่าพอดีกับจังหวะที่จางซูฮั่นกำลังถ่ายฉากต่อสู้เข้าให้
ดีมาก! ดีสุด ๆ ไปเลย!
ตอนนี้เขาตื่นเต้นจนเกือบกระโดดตัวลอย
ฉินมู่หยางมองสยงเว่ยอี้ที่กำลังตื่นเต้น รูจมูกแทบเชิดขึ้นฟ้า นี่มันแค่ไหนกันเชียว ยังไม่ได้เห็นฝีมือการแสดงของซูฮั่นเลยด้วยซ้ำ
หลังถ่ายฉากต่อสู้เสร็จ ยังมีฉากระเบิดอารมณ์อีกฉาก
ฉากนี้แหละที่ต้องวัดฝีมือการแสดง
เงาดำนี้คือสัตว์ประหลาดที่ขยายความปรารถนาอันชั่วร้ายและความคิดดำมืดในใจคนได้ มันมีชื่อว่าซานเซียว
