ตอนที่ 1 ลืมตาตอนสิบเจ็ด
“ขะ... ขอโทษนะ...”
น้ำไวน์เย็นเฉียบกระเซ็นใส่หน้าหลินอู้เต็ม ๆ กลิ่นไวน์แรงกล้าทำให้สมองที่ยุ่งเหยิงของเธอตื่นขึ้น เพื่อนสาวข้าง ๆ ตกใจรีบยื่นผ้าขนหนูมาให้ หลินอู้รับผ้ามาโดยไม่รู้ตัว แต่สายตากลับกวาดมองรอบ ๆ อย่างงุนงง
เด็กสาวตรงหน้ามีน้ำเสียงตะกุกตะกัก ใส่ชุดพนักงานเสิร์ฟงานเลี้ยง ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มแต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบา แฝงความเปราะบางท่ามกลางความใสซื่อ คือเซี่ยรั่วรั่ว แต่ไม่ใช่สาวเมืองสวยหรูที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยดัง ทั้งความรักและการงานประสบความสำเร็จ เป็นเซี่ยรั่วรั่วที่ยังอ่อนวัยในวัยสิบเจ็ด
และฉากนี้ เธอไม่มีทางลืมไปชั่วชีวิต ปีที่อายุสิบเจ็ด เธอไปงานเลี้ยงตามปกติ แล้วถูกพนักงานเสิร์ฟสาดไวน์ใส่เต็มตัว ชุดราตรีตัวใหม่ที่คุณหนูเพิ่งซื้อมาก็ถูกทำลายแบบนี้ เธอระเบิดอารมณ์ออกไปทันที เซี่ยเยี่ยนหวยก้าวออกมาปกป้องพนักงานเสิร์ฟ ด้วยเหตุนี้ หลินอู้ที่แสนหยิ่งยโสมาตลอดจึงจำเซี่ยรั่วรั่วได้เป็นครั้งแรก และจากนั้นมา คนคนนี้ก็ราวกับวิญญาณร้ายตามหลอกหลอน รบกวนทุกสิ่งในชีวิตของเธอ
หลินอู้คว้าผ้าขนหนูมาเช็ดคราบไวน์บนหน้าอย่างขอไปที ในช่วงไม่กี่วินาทีสั้น ๆ นี้ หลินอู้ใช้มืออีกข้างบีบต้นขาตัวเอง ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมา เธอรู้ตัวชัดเจนว่า เธอกลับมาอยู่ในวัยสิบเจ็ดจริง ๆ นี่คือช่วงเวลาสุดท้ายที่ชีวิตคุณหนูของเธอยังหรูหราโอ่อ่า ชาติที่แล้วกว่าจะรู้ตัวหลังตายไปแล้วว่า ทำไมเธอถึงสู้เซี่ยรั่วรั่วไม่ได้ตลอดชีวิต โลกคือตำราแนวยียวนโรงเรียนขนาดใหญ่เล่มหนึ่ง เซี่ยรั่วรั่วคือนางเอก ยากจนแต่หน้าตาสวย มีพ่อติดเหล้าทำร้ายร่างกาย แม่เลี้ยงอ่อนแอไร้ความสามารถ พี่ชายต่างแม่อารมณ์เย็นชา เริ่มต้นราวตกนรก แต่อาศัยผลการเรียนดีเยี่ยมสอบเข้ารร. มัธยมปลายไฮโซได้ และกลายเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับพระเอกเซี่ยเยี่ยนหวย พระเอกเซี่ยเยี่ยนหวย เจ้าสำราญ เย่อหยิ่งเย็นชา เกิดในตระกูลไฮโซระดับท็อป มีคู่หมั้นที่เหมาะสมกัน ยอดชายเช่นนี้ สุดท้ายตกหลุมรักนางเอก กลายเป็นหมาภักดี นับว่าเป็นเรื่องเล่าที่ดี หากหลินอู้ไม่ใช่คู่หมั้นผู้โชคร้ายนั่น บทบาทของเธอมีไว้เพื่อเป็นส่วนประกอบให้เรื่องรักหวานของพระนางเท่านั้น ชัด ๆ ว่าเป็นคุณหนูไฮโซ แต่โดนพระเอกสั่งสอนเพราะหาเรื่องนางเอกหลายครั้ง สุดท้ายสวรรค์ลงโทษ ตระกูลล่ม หลินอู้ยากจนลงจนต้องอาศัยในห้องเช่า สั่งข้าวกล่องรวมสุดถูก เพราะก๊าซรั่วจากบ้านข้าง ๆ เลยตายก่อนวัยอันควร อายุเพียง... 22
-
“ยัยหนูนี่ซุ่มซ่ามจริง!” ผู้จัดการงานเลี้ยงเอ็ดทันที กลัวจะทำให้คุณหนูหลินไม่พอใจ เซี่ยรั่วรั่วกัดริมฝีปากชมพู ร่างกายสั่นคลอน “ขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ...” ผู้จัดการ: “แกขอโทษแล้วมันช่วยอะไรได้...” “พอได้แล้ว” เสียงทุ้มของชายหนุ่มขัดจังหวะ ผู้จัดการหุบปากทันที เซี่ยเยี่ยนหวยรูปร่างสูงโปร่ง ชุดสูทสีขาวขับให้ภาพลักษณ์หรูหรา ได้ดีจากมารดาที่เป็นดาราดัง ทำให้เขามีใบหน้าไม่แพ้ดาราชายชื่อดังในตอนนี้ หล่อเหลาแฝงกลิ่นอายขบถโดยกำเนิด ดวงตาเรียวยาวของเขาทอดมายังหลินอู้ “ก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันทั้งนั้น ทำไมต้องเอาเรื่องให้ยากด้วย?”
“หัวหน้าห้อง...” เซี่ยรั่วรั่วมีน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอ มองเซี่ยเยี่ยนหวยอย่างซาบซึ้ง หลินอู้เช็ดคราบไวน์บนหน้าเสร็จ แทบหลุดขำเมื่อเห็นภาพนี้ หลินอู้เอ๊ยหลินอู้ มึงนี่โง่จริง ๆ เพราะสองคนนี้ ต้องแลกด้วยทั้งชีวิต
“ไม่ใช่ฉันอยากหาเรื่องเธอ” หลินอู้ใจเย็น ไม่ระเบิดอารมณ์แล้วถามเซี่ยเยี่ยนหวยว่าทำไมถึงปกป้องเพื่อนผู้หญิงแบบชาติก่อน “ชุดราตรีตัวนี้ เป็นรุ่นลิมิเต็ด มาถึงเมื่อคืนนี้เอง” “ฉันใส่มันแค่ไม่ถึงสองชั่วโมง ก็โดนสาดไวน์ใส่ ต้องชดใช้ค่าเสียหายด้วยนะ” สิ้นเสียงหลินอู้ เพื่อนสาวรอบ ๆ รีบพูดเสริม “ใช่ ๆ ต้องชดใช้ ต้องชดใช้” “ต้องจ่ายแน่นอน ชุดแบบนี้มันบอบบาง โดนน้ำยังไม่สวยเลย ไม่ต้องพูดถึงไวน์” เซี่ยรั่วรั่วกัดริมฝีปาก ถามอย่างหวาด ๆ ว่า “การชดใช้ก็สมควรแล้ว ราคาเท่าไหร่?” หลินอู้หัวเราะเยาะ “เห็นแก่ที่เป็นเพื่อนร่วมชั้น ตัดเศษทิ้งให้ เหลือเก้าแสน” “เก้า... เก้าแสน?” เซี่ยรั่วรั่วเกือบถลนตา ชุดอะไรใช้เงินเก้าแสน? นังหลินอู้นี่ตั้งใจจะหลอกเธอรึเปล่า? “คุณจะมาหลอกฉันเพราะฉันจนไม่ได้นะ” น้ำเสียงสั่นเครือ แต่หว่างคิ้วเต็มไปด้วยความดื้อรั้น หลินอู้ยังไม่ทันพูด เพื่อนสาวรอบ ๆ ก็อดหัวเราะไม่ได้ เสียงหัวเราะคิกคักแทรกเข้ามาในหู เยาะเย้ยอย่างถึงที่สุด เสียดแทงเข้าที่ความภาคภูมิใจที่เปราะบางของเซี่ยรั่วรั่วพอดี เธอมองไปขอความช่วยเหลือที่เซี่ยเยี่ยนหวย เซี่ยเยี่ยนหวยเม้มปาก เตรียมจะอ้าปากพูด หลินอู้ที่เห็นปฏิสัมพันธ์ของทั้งคู่ถึงกับขัดจังหวะกลางคัน: “นายหุบปากไปเลยดีกว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนายสักนิด” เซี่ยเยี่ยนหวยชะงัก เขากับหลินอู้โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เวลาหลินอู้พบหน้าเขา เธอมักยิ้มแย้มเสมอ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้
กระโปรงเปียกติดตัว รู้สึกอึดอัดมาก ตอนนี้หลินอู้แค่อยากไปเปลี่ยนในห้องพัก เธอเดินไปตรงหน้าเซี่ยรั่วรั่ว เซี่ยรั่วรั่วสูงแค่เมตรหกต้น ๆ ส่วนหลินอู้เกือบเมตรเจ็ด เธอใช้มือตบไหล่เซี่ยรั่วรั่วเบา ๆ ก้มตัวลงเล็กน้อย ผมยาวไหลลงมาบนบ่า กลิ่นไวน์แรงกล้าห่อหุ้มกลิ่นดอกมะลิอ่อน ๆ “ถ้าไม่เชื่อ ลองไปเช็คในเว็บไซต์ดู ให้นายสองวันเตรียมตัว วันจันทร์เปิดเทอม ฉันจะส่งเลขบัญชีธนาคารไปให้” ทิ้งคำพูดนี้ หลินอู้หันหลังเดินจากไปทันที ชุดราตรีสีดำขับให้แผ่นหลังดูเพรียวสวย ผมยาวพลิ้วไหวตามจังหวะเดิน เหลือเพียงเซี่ยเยี่ยนหวยกับเซี่ยรั่วรั่วที่ต่างงันอยู่
-
เข้าห้องพักส่วนตัวแล้ว หลินอู้ถึงได้เก็บความดีใจไม่อยู่ เธอถอดชุดราตรี เปลี่ยนเป็นชุดลำลองตัวหนึ่ง ทิ้งตัวลงบนเตียง เปิดมือถือดูยอดคงเหลือในวีแชทและอาลีเพย์ เห็นเลขศูนย์เรียงยาวเหยียด ใจสงบลงทันที ชาติก่อน หลินอู้คิดเสมอว่าความรักสำคัญกว่าทุกสิ่ง เธอว่าเงินคือสิ่งที่ไร้ค่าที่สุด จนกระทั่งครอบครัวล้มละลาย พ่อที่อ่อนแอต้องเข้าคุกทั้งน้ำตาแทนน้องชาย แม่ใจร้อนถูกจับขังในโรงพยาบาลจิตเวช น้องชายที่คลั่งรักไปขายไตในตลาดมืดเพื่อซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมให้หญิงที่รัก สุดท้ายแผลเน่าติดเชื้อ ตายก่อนวัยอันควร หลินอู้ไม่เพียงเป็นคนเดียวดาย แต่ยังเป็นยาจก เคยยากจนจริง ๆ สักครั้ง ก็จะรู้ว่าเงินสำคัญแค่ไหน
หลินอู้นอนพักไม่กี่นาที ก็ใจร้อนรีบนั่งรถกลับบ้าน เมื่อผ่านโรงเรียนนานาชาติหัวกวง หลินอู้มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างสนใจ เพราะเป็นโรงเรียนมัธยมปลายเก่าของเธอ โรงเรียนนานาชาติหัวกวงเป็นสถาบันไฮโซชื่อดังที่สุดในเมืองหลวง ค่าเทอมแต่ละปีสูงถึงห้าแสน นักเรียนทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด อาคารโรงเรียนเป็นสไตล์ยุโรปโบราณ ปราสาทสูงตระหง่านดูหรูหรางดงาม วันนี้เป็นสุดสัปดาห์ หน้าโรงเรียนที่ปกติรถแน่นกลับว่างเปล่าเป็นพิเศษ ใต้ป้ายรถเมล์ มีเด็กหนุ่มแบกเป้ข้างเดียว สายหูฟังสีขาวยาวไปจนถึงกระเป๋ากางเกง ต้นการบูรเหนือหัวเขียวชอุ่มหนาทึบ บังแดดร้อนจัดไว้ แสงเงาตกกระทบบนตัวเขา เขาหลับตาลงต่ำ โครงหน้าคมเข้มสง่า ราวกับไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ท่าทางเย็นชาหม่นหมอง ดั่งภูเขาหิมะ ห่างไกลเกินเอื้อม คือ... สวี่จิงวั่ง
“จอดรถ”