ทุกคนหันไปมองตามเสียง
เห็นชายวัยกลางคนในชุดดำ สีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใยบ้านเมือง
“หยู๋เย่
พวกเราทุกคนสงสัยมาก—
นายเป็นแค่นักสู้เลเวล 30 แล้วทำไมถึงผ่านการทดสอบของราชาปีศาจรัตติกาลได้?”
“นั่นคือจอมมารหุบเหวลึกเลเวล 45 นะ!
นักสู้รุ่นเก๋าเลเวล 39 ในเมืองหยุนฉีตั้งกี่คนยังเอาชนะไม่ได้
แล้วนายทำได้ยังไง?
ถ้าเรื่องนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากล...
มันเกี่ยวข้องกับการรุกรานของหุบเหวลึก
เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเมืองหยุนฉี
นายควรชี้แจงให้ทุกคนฟังหน่อยหรือเปล่า?”
พอคำพูดนี้จบลง ฝูงชนก็ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันเบา ๆ ทันที
“จริงด้วย... เลเวล 30 สู้กับเลเวล 45 แบบนี้มันเกินไปหน่อยไหม?”
“ฉันว่าแล้วว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล...”
“อย่าพูดมั่วสิ! เขาทำให้ทั้งเมืองได้รับพรประจำพื้นที่นะ!”
“พรประจำพื้นที่ก็เรื่องหนึ่ง แต่ชนะมาได้ยังไงก็ควรอธิบายให้ชัดเจนสิ...”
เมื่อเห็นว่ามีคนเห็นด้วย ชายชุดดำก็ยิ่งได้ใจ เดินเข้าไปใกล้อีกสองก้าว
“หยู๋เย่ ถ้านายชนะด้วยฝีมือจริง ๆ ก็พูดให้ทุกคนฟังสิ!
ปิดบังอะไรอยู่ ใครจะรู้ว่านายมีความเกี่ยวข้องอะไรกับราชาปีศาจรัตติกาลหรือเปล่า?
การรุกรานของหุบเหวลึกใกล้เข้ามาแล้ว ใครจะรู้ว่านี่จะนำภัยแอบแฝงอื่นมาสู่เมืองหยุนฉีหรือไม่?”
ทุกคำพูดของเขาล้วนโยงเข้ากับข้อกล่าวหาใหญ่โตเรื่อง “ความปลอดภัยของเมืองหยุนฉี” ฟังดูมีเหตุมีผลและเที่ยงธรรม
หยู๋เย่เหลือบมองชายคนนั้น
