หลินไป๋เพิ่งมาทำงานที่ปักกิ่งได้ไม่นาน วันหนึ่งเขาได้รับคนไข้รายหนึ่งในช่วงกลางวัน มีจุดหนึ่งที่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ยังหาคำตอบไม่ได้
ดึกดื่นคืนนั้น หลินไป๋จึงโทรศัพท์หาซางอวี่
ตอนนั้นซางอวี่เพิ่งหลับไปไม่นาน ก็ถูกเรียกให้ตื่นขึ้นมา
ทั้งสองคนพูดคุยถกกันจนถึงรุ่งเช้า ในที่สุดหลินไป๋ก็คลายข้อสงสัยได้
บังเอิญเหลือเกิน สองวันถัดมาก็มีคนไข้ลักษณะเดียวกันเข้ามาอีก
หลินไป๋โทรหาซางอวี่กลางดึกทุกคืน ทั้งสองคุยกันจนถึงรุ่งเช้า
วันที่สี่ เสิ่นจื้อหนานจึงไปหาหลินไป๋
หลินไป๋ถูกเสิ่นจื้อหนานทำเอาทั้งขำทั้งจนใจ “ผมกับหมอซางคุยเรื่องวิชาแพทย์กันอย่างจริงจังนะครับ”
“ผมรู้ แต่ภรรยาผมต้องนอนตอนกลางคืน
ทำแบบนี้วันรุ่งขึ้นเธอจะไม่สดชื่นเอา” เสิ่นจื้อหนานพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
ท้ายที่สุด เสิ่นจื้อหนานกับหลินไป๋ก็ตกลงกันสามข้อ จะคุยเรื่องวิชาแพทย์หรือปรึกษาแผนการรักษาก็ได้ แต่ห้ามโทรหาอีกฝ่ายกลางดึก
ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน
หลินไป๋เล่าเรื่องนี้ให้หลี่จิ้งฟัง พอนึกขึ้นมาเมื่อไรก็ถูกเธอหัวเราะเยาะเมื่อนั้น
“พรุ่งนี้เช้าฉันจะโทรหาเธอ รอเสี่ยวเฉิงกลับมาแล้วพวกเราค่อยนัดเจอกัน”
“ตอนนี้พวกเราก็เกษียณกันหมดแล้ว คนแก่กลุ่มหนึ่งว่างจนไม่มีอะไรทำ นอกจากกินข้าวด้วยกัน เดินเล่นซื้อของฆ่าเวลา ก็ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว”
วันถัดมา
ซางอวี่ดีใจมากเมื่อรู้ว่าหลี่เฉิงจะกลับมา
ตอนที่เธออยู่เมืองกัง ก็เคยพบหลี่เฉิงเหมือนกัน
ซางหมิงอยู่ที่นั่น เวลาซางอวี่ไปหา หากมีเวลาพอเธอก็จะนัดกินข้าวกับหลี่เฉิงและคนอื่น ๆ
วันที่หลี่เฉิงกลับมา
คนที่ไปรอรับที่สถานีมีเจ้าหนุ่มสองคนอย่างหลินซงเจียงกับหลินซงไห่ รวมถึงหลินไป๋ หลี่จิ้ง ซางอวี่ และเสิ่นจื้อหนาน
นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่เฉิงกลับมาหลังจากไปเมืองกัง
ต้อนรับอย่างเอิกเกริกขึ้นสักหน่อยก็สมควรแล้ว
หลี่เฉิงกับหลิวหลานเดินออกจากสนามบิน ก็เห็นใบหน้าคุ้นเคยที่แก่ชราลงไปทีละคน...
