“ฉันนึกว่าพี่จะสั่งสอนฉันสักหน่อย แก้ไขทัศนคติของฉันเสียอีก” ซางหมิงพูด
ซางอวี่หัวเราะ “จะแก้อะไรกันล่ะ ฉันว่าสิ่งที่แกคิดก็ถูกต้องดีออก
แกพูดถูกแล้ว เขาไม่เคยเลี้ยงดูพวกเราเลยสักนิด ยังอยากจะดูดเลือดจากตัวเราอีก งั้นแกก็ใช้วิธีของเขาตอบโต้เขาไป ก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร”
“ใช้วิธีของเขาตอบโต้เขาได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ!
พี่พูดมีเหตุผลมากเลย” ซางหมิงพยักหน้า
“แน่นอน คำพูดของพี่มีเหตุผลทุกคำ
ถ้ามีเวลาก็จดไว้สักเล่มสิ ไม่แน่อนาคตอาจได้ตีพิมพ์เป็น ‘คำคมพี่สาว’ ก็ได้นะ” ซางอวี่พูดหยอกล้ออย่างยิ้มแย้ม
เสิ่นจื้อหนานกับซางหมิงหันไปมองนอกหน้าต่างพร้อมกันอย่างตื่นตระหนก
เสิ่นจื้อหนานบีบมือซางอวี่เบา ๆ
ซางอวี่รู้ตัวทันทีว่าตัวเองพูดผิดไปแล้ว……
ยุคสมัยนี้ไม่เหมือนยุคที่เธอเคยใช้ชีวิต แม้แต่ผู้มีอำนาจก็ยังเอามาล้อเล่นได้
ในยุคนี้ แค่ก้าวพลาดหรือพูดอะไรที่แปลกแหวกแนวเกินไป ก็อาจกลายเป็นเป้าให้คนอื่นโจมตีได้
ซางอวี่ยิ้มพลางตบปากตัวเองเบา ๆ “ขอโทษค่ะ”
ซางหมิงถอนหายใจอย่างโล่งอก “พี่พูดแบบนี้ต่อหน้าพวกเราสองคนก็พอแล้ว ออกไปข้างนอกก็อย่าพูดเลยดีกว่า”
ซางอวี่: เว่อร์ไปแล้ว เว่อร์ไป
“พวกนายวางใจได้ ตอนออกไปข้างนอกพี่รู้จักความพอดี แค่เวลาอยู่ต่อหน้าพวกนายพี่ผ่อนคลายกว่า เลยพูดอะไรตามใจไปหน่อย”
ซางอวี่รีบแก้ตัว
ซางหมิงยังดูไม่ค่อยวางใจ “ออกไปข้างนอกระวังตัวหน่อยนะ ตอนนี้คนส่วนใหญ่รู้หน้าไม่รู้ใจ
