ทะลุมิติสู่ยุค 60: คุณหนูตัวประกอบพกสัมภาระเลี้ยงราชันย์ทหาร

บทที่ 2 พวกเจ้าไม่ร่ำรวย สวรรค์ก็มิอาจยอม

6 นาที· 1.4K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

“เหอะ ตอนเฉินจื้อหนานยังดีอยู่ เหตุใดไม่คืน” ซางอวี่โต้กลับ

ต่งกุ้ยฉินพูดไม่ออก

“ซางอวี่ เจ้ากับจื้อหนานแต่งงานกันแล้ว บัดนี้กล่าวเช่นนั้นยังมีความหมายใด” ซางเจี้ยนปังเอ่ย

พวกเขาไม่อาจโต้เถียงต่อหน้าบิดามารดาตระกูลเฉินเช่นนี้มิได้ มิเช่นนั้นจะให้บิดามารดาตระกูลเฉินคิดอย่างไร

แม้ภายนอกตระกูลเฉินจะมิได้มั่งคั่งเท่าตระกูลซาง ทว่า ตระกูลเฉินหยั่งรากลึกมั่นคง ในหลายเรื่อง ตระกูลซางยังต้องพึ่งพาตระกูลเฉิน...

“เหตุใดจึงไม่มีความหมาย” ซางอวี่มองผู้คน กล่าวเรียบเฉย “ข้าต้องการความยุติธรรมให้ตนเอง นี่แหละความหมาย

อาศัยอะไร ซางเฉียวจึงยึดครองชีวิตของข้า ชิงบิดามารดาของข้าไปยังไม่พอ ยังจะบงการชีวิตของข้าอีก

ข้ากับเฉินจื้อหนานแต่งงานกันแล้ว ข้าก็อยากปลงเสีย เหตุใดจะอยู่กันไปชั่วชีวิตไม่ได้

อย่างน้อยในตระกูลเฉินข้ายังกินอิ่มนุ่งอุ่น ยังดีกว่าอยู่ในบ้านมารดาแท้ๆ ของซางเฉียว

อยู่ที่นี่เป็นปรนนิบัติคนเดียว ในบ้านมารดาแท้ๆ ของซางเฉียว ข้าต้องปรนนิบัติทั้งบ้าน

แต่ ซางเฉียว เจ้าได้ทุกสิ่งแล้ว เหตุใดยังทะนงตนโอ้อวดต่อหน้าข้าอีก

เจ้าอาศัยอะไรกล่าวว่าสามีของข้าเป็นไอ้ขี้แพ้ เขาบาดเจ็บสาหัสเพื่อชาติเพื่อราษฎร์ เจ้ามีสิทธิ์ใดกล่าวหาเขา!”

ซางอวี่ดวงตาแดงก่ำ แม้ทุกคำเป็นคำถาม แต่นางดูเปราะบางประหนึ่งจะแหลกสลายเมื่อใดก็ได้

บิดามารดาตระกูลเฉินไม่พอใจที่ตระกูลซางให้ซางอวี่แต่งงานเข้ามาตั้งแต่แรก

ในใจพวกเขาพึงใจสะใภ้คือซางเฉียวมาตลอด พวกเขาเฝ้ามองซางเฉียวเติบใหญ่

ซางเฉียวว่านอนสอนง่ายรู้ความ

ซางเฉียวยังแสดงออกว่ารักใคร่เฉินจื้อหนานอย่างสุดซึ้ง

แต่แล้ว เมื่อเฉินจื้อหนานล้มป่วย ผู้ที่จะแต่งงานด้วยกลับเปลี่ยนเป็นอีกคน

บิดามารดาตระกูลเฉินก็มิอาจแย้งประการใด ตระกูลซางส่งบุตรสาวแท้ๆ มา

ทางสายเลือดแล้ว ซางอวี่ใกล้ชิดกว่า

ซางเฉียวถึงกับมาร่ำไห้ฟ้องว่า ซางอวี่จะแต่งเข้ามาหาความสุข ทางบ้านทนนางอาละวาดไม่ไหว ทั้งสำนึกผิดต่อนาง จึงยินยอม

บิดามารดาตระกูลเฉินมิได้เชื่อคำซางเฉียว

ทว่า โดยฐานะแล้ว โดยทั่วไปพวกเขาไม่ประสงค์ฉีกหน้า

บุตรชายพวกเขาเป็นเช่นนี้ พวกเขายอมรับทุกสิ่งแล้ว!

บิดามารดาตระกูลเฉินสีหน้าบึ้งตึงยิ่ง จ้องมองใบหน้าซางเฉียวอย่างไม่เป็นมิตร

ซางเฉียวยิ่งร่ำไห้หนักขึ้น “พี่หญิง เจ้าพูดชัดๆ ว่าเจ้าพูดว่า พวกเราทำร้ายเจ้าให้แต่งงานกับไอ้ขี้...

เจ้าพลอยกล่าวร้ายข้า ว่าเป็นข้าพูดได้อย่างไร ข้ากับพี่จื้อหนานรักใคร่ลึกซึ้ง มิใช่เพื่อเจ้า เหตุใดข้าจึงยอม”

ซางเฉียวร่ำไห้ราวกับจริงใจยิ่งนัก

“เจ้ารักลึกซึ้งปานนี้ เหตุใดข้าจึงควรแยกคู่รักโศกของเจ้าทั้งสอง

เหมาะที่ข้ากับเฉินจื้อหนานยังมิได้จดทะเบียน ทั้งมิได้เข้าหอ

มา ข้ายินยอมให้เจ้า เจ้าจงเป็นเจ้าสาวเขา ข้าอวยชัยให้พวกเจ้าอยู่กันร้อยปี รักลึกดั่งสมุทร”

ซางอวี่คว้าแขนซางเฉียวผลักไปทางเตียงของเฉินจื้อหนาน

ซางเฉียวรีบทรงตัว แล้วถอยกรูดหลายก้าว ประหนึ่งหลบสิ่งโสโครก

ปฏิกิริยาของซางเฉียวประจักษ์แจ้งในสายตาทุกคน

ซางเจี้ยนปังกับต่งกุ้ยฉินต่างรู้สึกขายหน้า

เฉินเหอผิงบิดาเฉินส่งเสียงเหอะเย็นชา “ตระกูลเฉินพวกเรามิคู่ควรกับบุตรสาวใหญ่ที่ตระกูลซางพวกเจ้าอบรมสั่งสอนมาดีหรอก”

“บุตรข้ามิใช่ไอ้ขี้แพ้ เป็นวีรบุรุษ ซางเฉียว นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเสแสร้งเก่งถึงเพียงนี้ หลอกพวกเราเป็นคนโง่หมด” เจียงหว่านเยวี่ยมารดาเฉินกัดฟันกรอด

บัดนี้ พวกเขาต่างเชื่อคำของซางอวี่ทั้งหมด

ซางเจี้ยนปังกับต่งกุ้ยฉินยังคิดจะกล่าวอะไร

“พวกเจ้าสองคนรีบหุบปากเสีย ดูซิว่าอบรมฝึกสอนออกมาได้สิ่งใด ไม่อายบ้าง” ซางอวี่กล่าวอย่างรังเกียจ

“ซางอวี่ เจ้า!” ซางเจี้ยนปังยกมือชี้หน้าซางอวี่

“ข้าอย่างไร พวกเจ้าไม่เคยเห็นข้าเป็นบุตรสาว ก็อย่ามาทำข่มต่อหน้าข้า

อยากสั่งสอนข้า เจ้ายังไม่ถึงขั้น” ซางอวี่ปัดมือซางเจี้ยนปังออกอย่างไม่เกรงใจ

“เจ้า เจ้า...” ซางเจี้ยนปังกรุ่นโทสะจนหน้าแดงก่ำ

“ข้าอะไรข้า เจ้าเคยเลี้ยงดูข้าสักวันหรือ ให้เงินข้าสักตำลึงหรือ ทำหน้าที่บิดาได้ครบถ้วนหรือ

พวกเจ้ามิเคยทำสิ่งใดเพื่อข้า ก็อย่ามาคิดอบรมสั่งสอนข้าเยี่ยงบิดาเลย

และ เป็นพวกเจ้าที่เป็นหนี้ข้า!

มิใช่เพราะพวกเจ้าสะเพร่าและหลงตน เหตุใดจึงถูกพี่เลี้ยงสลับบุตรสาวโดยไม่รู้ตัว!

ข้าต้องทนทุกข์มากมายเพราะพวกเจ้า ตราบจนพวกเจ้าตาย ก็ยังใช้คืนไม่หมด!

พวกเจ้าเป็นหนี้ข้าทั้งชีวิต!”

ซางเจี้ยนปังซวนเซถอยหลังไปสองก้าว ต่งกุ้ยฉินก็หน้าซีด มือที่กอดซางเฉียวอยู่คลายออกโดยไม่รู้ตัว

“อวีเอ๋อ เจ้าเอ่ยเช่นนี้กับท่านพ่อท่านแม่ได้อย่างไร นี่เจ้ากำลังเอามีดทิ่มแทงใจพวกเรา!” ต่งกุ้ยฉินร่ำไห้พลางกล่าว

“เหอะ เอามีดทิ่มแทงคนผิดกฎหมาย มิเช่นนั้น เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าหรือ

พวกเจ้าทำลายชีวิตข้าทั้งชีวิตต่างหาก” ซางอวี่กล่าวเรียบเย็น

“พี่หญิง อย่าถึงเพียงนี้เลย...” ซางเฉียวพุ่งพรวดเข้ามาต่อหน้าซางอวี่ ทำท่าพร้อมปกป้องบิดามารดา

ซางอวี่ตบหน้าซางเฉียวสองฉาดเต็มแรง

“อยากถูกตบไม่พอ ข้าจะช่วยเจ้าเอง”

ซางเฉียวล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น อเนจอนาถยิ่งนัก

ต่งกุ้ยฉินโดยสัญชาตญาณจะเข้าไปประคองซางเฉียว ทว่าถูกซางอวี่มองเยียบเย็น การกระทำพลันชะงัก

“อวีเอ๋อ วันมงคล อย่าให้วุ่นวายไปกว่านี้เลย”

“ไม่วุ่นวายก็ได้ ให้เงินสิ ให้ข้าได้เห็นว่าบุตรสาวแท้ๆ ของพวกเจ้าในใจพวกเจ้ามีค่าเท่าใด” ซางอวี่มองต่งกุ้ยฉิน

“เจ้า เจ้าพูดอะไร...” ต่งกุ้ยฉินมองซางอวี่ที่นิสัยเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง

“อย่างไร พอได้ยินถึงเงินทอง ก็หูหนวกขึ้นมาหรือ” ซางอวี่เดินเข้าห้อง ลากหีบหลายใบที่ร่างเดิมขนมาจากตระกูลซางออกมา

พลางคว้าค้อนขึ้นมา สับกุญแจต่อหน้าทุกคนจนแตก

“มา พวกเรามาดูกันเถิดว่าตระกูลซางมหาเศรษฐีแต่งบุตรสาว ออกสินสอดทองหมั้นเป็นเช่นไร!”

พอมองเห็นของข้างในได้ถนัด สีหน้าบิดามารดาตระกูลซางต่างเปลี่ยนไปทันที

เฉินเหอผิงส่งเสียงเหอะเยือกเย็น

เจียงหว่านเยวี่ยมิอาจสงบเสงี่ยมกลั้นโทสะได้เท่าเฉินเหอผิง นางเอ่ยประชดประชัน “ตระกูลซางช่างใจป้ำนัก หีบหินเก่าๆ นี้ กว่าจะหาได้ครบก็มิใช่เรื่องง่าย”

ซางเจี้ยนปังริมฝีปากขยับ เนิ่นนานก็มิอาจเอื้อนเอ่ยสักคำ

เขาหันขวับไปทางต่งกุ้ยฉิน ยกมือตบฉาดหนึ่ง “เกิดอะไรขึ้นแน่”

ต่งกุ้ยฉินถูกตบจนหน้าบิดไปทางหนึ่ง แก้มบวมแดงฉับพลัน “ข้า ข้า...”

ต่งกุ้ยฉินไม่คาดคิดเลยว่าซางอวี่จะเปิดหีบสินสอดต่อหน้าบิดามารดาตระกูลเฉิน

ทั้งยังเป็นวันแต่งงาน

เช่นนี้ นางก็มิอาจป้ายความผิดว่าซางอวี่สับเปลี่ยนหินได้

ทำอย่างไร ทำอย่างไร!

ต่งกุ้ยฉินมองไปทางซางเฉียวโดยไม่รู้ตัว

ซางเฉียวเองก็ตาเบิกโพลง ตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

“อย่างไร ข้าทำให้แผนพวกเจ้าปั่นป่วนหรือ

เดิมทีพวกเจ้าคิดว่า สินสอดข้าจะยังไม่แตะต้องในเร็ววัน พอเวลาผ่านไป ข้าใช้จึงพบว่าล้วนเป็นหิน

อย่างไรก็ป้ายความผิดมาถึงข้ามิได้

สินสอดขนเข้าตระกูลเฉินพร้อมข้าตั้งแต่แรก มิใช่ข้าขโมยเอง ก็คนตระกูลเฉินเป็นผู้เอาไป

หึหึ บิดามารดาแท้ๆ ของข้าเอ๋ย พวกเจ้าช่างวางแผนเก่งกาจนัก

ถึงเวลาแล้ว มิเพียงทำให้ข้ากับครอบครัวสามีเกิดความระแวง ยังปูทางให้บุตรสาวปลอมจอมปลอมของพวกเจ้า

ทั้งยังประหยัดเงินก้อนใหญ่ได้อีก”

ซางอวี่ยกนิ้วโป้งให้ซางเจี้ยนปังและต่งกุ้ยฉิน

“หึหึ เลิศ แท้จริงแล้วเลิศยิ่ง หาเหตุใดพวกเจ้าจึงได้เป็นมหาเศรษฐีแห่งไห่เฉิง!

พวกเจ้าไม่ร่ำรวย สวรรค์ก็มิอาจยอม”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com