ตอนซางอวี่กลับมาถึงลานบ้าน ในใจก็หนักอึ้งจนบอกไม่ถูก
เธอรู้ดีว่าในยุคสมัยนี้มีผู้ชายมากมายที่ทิ้งภรรยาคนแรกไว้ที่บ้านเพื่อปรนนิบัติพ่อแม่
ส่วนตัวเองก็ออกไปสร้างเนื้อสร้างตัว แล้วใช้รักแท้เป็นฉากบังหน้า ปกปิดธาตุแท้ที่หลงใหลในความงามของหญิงอื่น
ขณะเดียวกันก็ยังล้างสมองภรรยาคนแรก ให้เธออยู่บ้านรับใช้พ่อแม่ของตัวเองต่อไป...
จนกระทั่งภรรยาคนแรกแก่ชราและหมดความงาม ร่างกายเจ็บป่วยอ่อนแอ พ่อแม่ของเขาก็ถูกส่งไปแล้ว
ข้างกายเขามีภรรยาสาวสวยกับลูกที่รัก ส่วนภรรยาคนแรกกลับโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง
เขาประสบความสำเร็จมีชื่อเสียง ส่วนภรรยาคนแรกกลับมีจุดจบแสนรันทด
คิดต่อไม่ได้แล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
แต่กลับมีภรรยาคนแรกที่น่าสงสารอีกมากมาย เพราะถูกพันธนาการทางความคิดและสภาพแวดล้อมรอบตัว จึงยอมรับคำแนะนำของผู้ชายสารเลวเหล่านั้นจริง ๆ...
แล้วอุทิศทั้งชีวิตของตัวเองออกไปอย่างน่าเศร้าเช่นนั้น
ไม่ได้รับความห่วงใยหรือความเห็นใจแม้แต่น้อย ต่อให้แค่อยากได้คำปลอบโยนสักนิด หรือหลักประกันทางวัตถุที่สมควรได้รับก็ยังไม่ได้
ทำไมกัน?
ยิ่งซางอวี่คิด สีหน้าก็ยิ่งเคร่งขรึม
ตอนเสิ่นจื้อหนานออกมา เห็นซางอวี่มีโทสะอย่างเห็นได้ชัด เขาจึงก้าวไม่กี่ก้าวไปหาเธอ
“เป็นอะไรไป? ทำไมโกรธขนาดนี้?”
เขายื่นมือไปจับมือซางอวี่ แต่เธอกลับสะบัดมือของเสิ่นจื้อหนานออกทันที
เสิ่นจื้อหนานรู้สึกเหมือนพลอยโดนลูกหลงไปด้วย
ซางอวี่พูดว่า “อย่ามาคุยกับฉัน ตอนนี้เห็นผู้ชายแล้วฉันหงุดหงิดไปหมด”
พูดจบ ซางอวี่ก็เดินดุ่ม ๆ เข้าไปในห้อง แล้วปิดประตูดังปัง
