คนกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าประตูต่างตกใจจนตัวสั่นงันงก
ซางอวี่คิดในใจ: โอ้โห แม่เจ้า!
“ค...คุณอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามนะ เราแค่มาหาคุณเพื่อพูดธุระนิดหน่อย ไม่เห็นต้องหยิบอาวุธออกมาเลย” ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบเอ่ยขึ้นเพื่อคลี่คลายสถานการณ์
ชายคนนั้นชื่อจางหวั่ง เป็นพ่อของอาจารย์จาง
“เสี่ยวเฉียง เสี่ยวกัง พวกแกสองคนถอยกลับมาเดี๋ยวนี้!” จางหวั่งตวาด ก่อนจะยกขาเตะหญิงที่หาเรื่องเมื่อครู่ไปทีหนึ่ง “มีเรื่องอะไรที่ไหนก็มีเธอทุกที ยังไม่รีบขอโทษเขาอีก!”
หญิงที่เมื่อครู่ยังวางท่าอวดดีพลันหงอยลงทันที “เอ่อ ขอโทษนะสหาย เป็นฉันเองที่ผิด ฉัน...ฉันตาถั่วเอง ฉัน...”
“ปากยังพ่นแต่คำหยาบ ไม่รู้จักหนักเบา ไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไร เป็นคนสติไม่ดีจริง ๆ!” ซางอวี่ช่วยเสริม
หญิงคนนั้นคิดในใจ: โกรธจะตายอยู่แล้ว แต่ไม่กล้าโวยวาย อัดอั้นชะมัด
“ส...สหาย ข...ขอโทษนะ ให้อภัยฉันด้วย”
หญิงคนนั้นเห็นปากกระบอกปืนดำมืดในมือเจียงหว่านเยวี่ยเล็งมาที่ตัวเอง!!
คราวนี้คำขอโทษจริงใจขึ้นมาก
“พวกคุณเป็นใครกันแน่ มาหาคนในบ้านเราทำไม” ซางอวี่ถามเสียงเย็นชา
หญิงคนนั้นหันไปมองหญิงที่เป็นคนนำกลุ่มมาก่อนหน้า...
หญิงคนนั้นชื่อเฉินกุ้ยหลาน เป็นแม่แท้ ๆ ของจางต้าชุน ส่วนหญิงที่วิ่งนำหน้าและวางท่าหยิ่งผยองชื่อเฉินกุ้ยเซียง เป็นน้องสาวของเฉินกุ้ยหลาน
“ฉ...ฉันเป็นแม่ของจางต้าชุน” เฉินกุ้ยหลานพูด
ซางอวี่ขมวดคิ้ว “จางต้าชุนคือใคร”
“ก็คืออาจารย์จางที่โรงเรียนค่ะ” เจียงหว่านเยวี่ยพูดเสียงเบา
