หลิวหลานเงียบไปนาน ครู่ใหญ่จึงเงยหน้ามองซางอวี่ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะอดทนไปได้ตลอดชีวิตไหม แต่ตอนนี้ ฉันอยากรักษาต่อไป
อย่างน้อยก็ต้องทำให้เขาดูแลตัวเองได้ ต่อให้ไม่มีฉัน เขาก็ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้”
ซางอวี่สัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความสิ้นหวังและความมุ่งมั่นของหลิวหลาน
การมีลูกที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ คือบททดสอบใหญ่ของครอบครัวหนึ่ง
บางครั้งความรักก็ไม่ได้ช่วยให้ก้าวข้ามความยากลำบากทุกอย่างได้ มันเพียงทำให้คุณมีแรงก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่ แต่ความเจ็บปวดทั้งหมดที่ต้องแบกรับในท้ายที่สุดก็ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย
มีบางคนที่ค่อย ๆ ปล่อยมือและถอยหลังภายใต้การทรมานจากความเจ็บปวดนี้ ถึงขั้นยอมแพ้และหันหลังหลบหนี
แต่ก็มีบางคนที่กลับยิ่งแน่วแน่ขึ้น ต่อให้เหลือความหวังเพียงริบหรี่ ก็ยังคงก้าวเดินต่อไป
หลิวหลานเป็นคนประเภทหลัง
“งั้นเรามาทำแบบประเมินกันก่อนนะ” ซางอวี่กล่าว
ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเผชิญหน้ากับมัน
หลิวหลานพยักหน้า ทั้งสองเริ่มทำแบบประเมินทีละข้อในห้องผู้ป่วย
สองชั่วโมงต่อมา ซางอวี่มองผลการประเมินขั้นสุดท้าย ก่อนเอ่ยเสียงเบา “ถ้าดูจากข้อมูลในแบบประเมิน ก็ยืนยันได้ว่าเป็นออทิสติก
แต่อาการยังไม่ถือว่ารุนแรง หากอยากให้เขาดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันได้เหมือนคนทั่วไป ก็ต้องฝึกฝนเป็นเวลานาน
นี่คือคู่มือการฝึก คุณลองอ่านดูก่อนได้ ต่อจากนี้ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรก็มาหาฉันได้
