วันรุ่งขึ้น ทั้งสองคนหลับยาวจนถึงพลบค่ำกว่าจะตื่น
อาจเป็นเพราะเมื่อคืนเหนื่อยกันมาก ตอนนี้ทั้งคู่จึงไม่รู้สึกหิว
“เราไปเดินเล่นแถวเชิงเขากันเถอะ” ซางอวี่เอ่ย
เสิ่นจื้อหนานพยักหน้า ตอนนี้ในบ้านของเขาก็ไม่มีของมีค่าอะไรเหลือแล้ว ในที่สุดก็ออกจากบ้านได้อย่างวางใจเสียที
ทั้งสองเดินเอื่อยเฉื่อยไปด้วยกัน เพิ่งออกจากบ้านก็เห็นโจวเจี้ยนหมินกับผู้เฒ่าจางขับรถมาถึงหน้าบ้านของเธอ
“สหายซางกำลังจะออกไปข้างนอกหรือครับ” โจวเจี้ยนหมินถาม
ซางอวี่ยิ้มพลางเปิดประตูรั้วบ้านตัวเอง “หัวหน้าโจว ตำรวจจาง เชิญเข้ามาก่อนค่ะ พวกเรากำลังจะออกไปเดินเล่นกัน ไม่มีธุระอะไรเป็นพิเศษ แล้วพวกคุณมาที่นี่เวลานี้มีเรื่องอะไรหรือคะ”
“คนกลุ่มนั้นเมื่อวานพาพวกเราไปยังที่ซ่อนตัวของพวกเขา เราจับชายคนนั้นได้แล้ว เป็นจารชนจากประเทศซากุระ” โจวเจี้ยนหมินกล่าว
สีหน้าของเสิ่นจื้อหนานกับซางอวี่เคร่งขรึมขึ้นพร้อมกัน
ไม่ว่ายุคสมัยไหน จารชนก็เป็นบุคคลที่ผู้คนเกลียดชังเข้ากระดูกดำ
“มีอะไรให้พวกเราช่วยไหมคะ” ซางอวี่ถาม
“จารชนจากประเทศซากุระคนนั้นปากแข็งมาก พวกเราสอบสวนเขาอย่างหนักแล้ว” โจวเจี้ยนหมินกล่าว
“แต่ก็ไม่ได้ผล เขาไม่ยอมพูดอะไรเลย
พวกเราจนปัญญาจริง ๆ เลยมาถามหมอซางว่า มีวิธีพิเศษอะไรที่ทำให้คนยอมเปิดปากบ้างไหมครับ”
ซางอวี่เลิกคิ้ว เรื่องแบบนี้เธอมีวิธีอยู่แล้ว
เธอมองโจวเจี้ยนหมิน “ต้องให้ฉันลงมือเองค่ะ วิธีนี้สอนไม่ค่อยได้”
“ได้ ไม่มีปัญหา งั้นคุณไปสถานีตำรวจพร้อมพวกเราสักเที่ยวแล้วกัน
