แม้ซานฉีจะไม่ได้กลับตระกูลอี้ว์ แต่นางรู้เรื่องที่อี้ว์อันถูกคนในตระกูลอี้ว์ซ้ำเติมยามตกทุกข์ได้ยากอย่างถี่ถ้วน
เตียวเตียวเพิ่งมารายงานข่าว ช่วงเที่ยง เยี่ยนตู้กลับจากข้างนอกมาร่วมโต๊ะอาหารกลางวันกับนาง ก็เอ่ยถึงเรื่องนี้ เห็นได้ชัดว่าองครักษ์สองคนที่ส่งไปคุ้มกันอี้ว์อันเป็นผู้กลับมารายงาน
ซานฉีไม่ได้ปิดบัง “ครั้งนั้นข้าเผาตำรารวมบทประพันธ์สองเล่มของอี้ว์มิ้นเหวินจริง ตำราสองเล่มนั้นถูกโจรขุดสุสานขโมยมา มีผีอาฆาตตนหนึ่งติดตามอยู่ ข้าสังหารผีอาฆาตตนนั้น ตำราจึงถูกเผาไปด้วย”
ความจริงไม่ต่างจากที่เยี่ยนตู้คาดไว้
แต่สิ่งที่เขาใส่ใจคือเรื่องอื่น “ภายหลังที่เจ้าช่วยอี้ว์มิ้นเหวินตามหาตำราหายากเหล่านั้น ล้วนไม่ธรรมดา เจ้าต้องจ่ายสิ่งใดเป็นการแลกเปลี่ยนหรือไม่?”
ซานฉีเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเยี่ยนตู้ จึงลูบจมูกแล้วตอบ “ข้าจ่ายไปบ้าง ตำราหายากเหล่านั้นมีจิตวิญญาณ พวกมันอยากดื่มเลือดข้ายิ่งนัก ดังนั้นทุกระยะหนึ่ง...”
เยี่ยนตู้จ้องนางด้วยท่าทางดุดัน จนซานฉีรู้สึกว่าเขาอยากผ่ากะโหลกนางดูเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ซานฉีว่า “คราวนั้นสมองข้ามีปัญหา”
เยี่ยนตู้สูดลมหายใจเข้าลึก “อืม ดูออกแล้ว”
“เยี่ยนตู้!” เด็กสาวทั้งอับอายทั้งขุ่นเคือง
เยี่ยนตู้ห้ามใจไม่อยู่ ยกมือดีดหน้าผากนางทีหนึ่ง แรงดีดไม่น้อย ซานฉีสูดปาก พลางนวดหว่างคิ้วแล้วพึมพำว่า ‘กรรมตามสนองจริง ๆ’
ก่อนหน้านี้ไม่นาน นางเพิ่งดีดหน้าผากอี้ว์อันเพราะเรื่องนี้ไปเอง กรรมตามสนองมาถึงเร็วปานนี้เชียวหรือ?