หลังจากเยี่ยนตู้กับซานฉีรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันเสร็จ เขาก็สั่งให้คนเตรียมรถม้า บอกว่าจะเข้าวังสักเที่ยว
“ฝ่าบาททรงเรียกเข้าเฝ้าอีกแล้วหรือ? หรือเป็นเรื่องปีศาจที่อยู่เบื้องหลัง?”
“เรื่องปีศาจยังไม่มีผลสรุป การเข้าวังครานี้เพื่อขอบพระทัย” เยี่ยนตู้ชะงักไปเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงความหมายลึกซึ้ง “เสด็จลุงพระราชทานดอกตู้เจวียนมาให้ตั้งมากมาย ข้ายังไม่ได้ไปขอบพระทัยเลย”
ซานฉีพยักหน้า “สมควรขอบพระทัยแล้ว”
เยี่ยนตู้ยิ้มพลางพยักหน้า ทว่ามือกลับลูบคลำป้ายพรสมบูรณ์พร้อมอย่างละเอียด
ย่อมต้องขอบพระทัยอยู่แล้ว เขาไม่ใช่คนว่างงานถึงเพียงนั้น ไหนเลยจะเข้าวังไปโอ้อวดเพียงเพราะได้ป้ายพรสมบูรณ์พร้อมที่หาได้ยากยิ่ง...
เพียงแต่ดอกตู้เจวียนกระถางที่เขาแย่งชิงมา ส่งให้ผู้อื่นไม่ได้แล้ว หากส่งไปยามนี้ คงดูราวกับลอกเลียนผู้อื่น
นายทหารหนุ่มสกุลเยี่ยนมิอาจน้อยหน้า ซานฉีมอบป้ายพรสมบูรณ์พร้อมให้เขา เขาก็ต้องมอบสิ่งที่ดีที่สุดแก่ซานฉีเช่นกัน!
ซานฉีเห็นเขาใช้ลูกประคำไม้จื่อถานชั้นดีร้อยป้ายพรสมบูรณ์พร้อมเป็นกำไล ถือไว้ในมือพลางลูบคลำไม่วาง แสดงว่าชอบป้ายนี้จริง ๆ
แต่ว่า...รักใคร่จนวางไม่ลงถึงเพียงนี้เชียวหรือ? โอ้อวดเสียจนไม่เหลือเค้าของนายทหารหนุ่มสกุลเยี่ยนแม้แต่น้อย
กลับดูคล้ายเด็กน้อยที่ได้ของเล่นถูกใจ จนอดอวดไปทั่วไม่ได้
เยี่ยนตู้สังเกตเห็นสีหน้าของซานฉี จึงเกิดความคิดขึ้นมา เขาแสร้งจัดแขนเสื้อ ดึงแขนเสื้อแคบให้ร่นลงเล็กน้อย เผยให้เห็นกระดูกข้อมือ และสายแดงเส้นหนึ่งที่พันซ้อนกับลูกประคำไม้จื่อถาน
ซานฉีเห็นเข้า จึงเอ่ยถาม “สายแดงเส้นนี้สวมมานานแล้วกระมัง?”
หัวใจเยี่ยนตู้เต้นเร็วขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ สีหน้ายังคงสงบนิ่ง ทว่าสายตากลับทอดมองนางอย่างคาดหวังโดยไม่อาจควบคุม เขาขานรับเบา ๆ “ตอนเด็ก มีคนสำคัญคนหนึ่งมอบให้ข้า”
