ชายหนุ่มลงมือเอง ค้นหาแขนเสื้อของเขาจนเจอพัด จากนั้นปลดมีดสั้นที่เอว ถือขึ้นมาชั่งน้ำหนักในมือ ก่อนส่งให้คนข้าง ๆ
ซูอู๋ตู้ยังคงท่าทีสงบนิ่ง ปล่อยให้อีกฝ่ายค้นตัวจนทั่ว
พอแน่ใจว่าไม่มีอาวุธติดตัวแล้ว ชายหนุ่มจึงเบี่ยงตัวหลีกทางให้ พลางเชิดคางไปทางกรง “ท่านเจ้าสำนักซูเชิญไปได้”
ซูอู๋ตู้จัดชายแขนเสื้อแล้วสาวเท้าอย่างไม่เร่งรีบไปยังกรงนั้น
ชายฉกรรจ์หลายคนที่เฝ้าอยู่รอบกรงขยับหลีกทางให้เขาเข้าไป แต่มือทุกคนยังคงกุมด้ามมีด สายตาจับจ้องทุกอิริยาบถของเขา
ซูอู๋ตู้ย่อตัวลง กรงนี้เตี้ยมาก เขาจำต้องคุกเข่าครึ่งหนึ่งถึงจะมองเห็นคนข้างในในระดับสายตา
ซูจืออีขดตัวอยู่ข้างใน ดวงตาใต้หน้ากากแดงก่ำ หางตายังมีคราบเลือดแห้งกรัง
เขาพึมพำเสียงเบา “นายท่าน... ผู้น้อยไร้ความสามารถ ขอท่านอย่าสนใจข้าเลย”
ซูอู๋ตู้แค่นเสียงเบา “ข้าจะกลับไปคิดบัญชีกับเจ้า” แล้วถามต่อ “บาดเจ็บตรงไหน”
ซูจืออีเลี่ยงที่จะบอก “ผู้น้อยไม่เป็นไร”
ซูอู๋ตู้ไม่ถามซ้ำ ยื่นมือออกไปหมายจะจับชีพจร แต่ปลายนิ้วเพิ่งแตะข้อมือของซูจืออีผ่านซี่ไม้ที่ไขว้กัน ดาบเล่มหนึ่งก็ตวัดมาขวาง เกิดเสียงดัง “ผัวะ” สันดาบฟาดลงบนมือของเขา ปัดมือเขาออก
เสียงของชายหน้าดำดังขึ้นจากด้านหลัง เย็นชาและแข็งกร้าว “ท่านเจ้าสำนักซูได้เห็นแล้ว ถึงเวลาคุยเรื่องจริงจัง”
ซูอู๋ตู้หลุบตาลง เงียบไปสองลมหายใจ ก่อนค่อย ๆ หดมือกลับ ลุกขึ้นหันไปเผชิญหน้ากับคนพวกนั้น
