หลิ่วอิ๋งอิ๋งมองโค่วโค่วที่แก้มบวมแดง ใจพลันปวดร้าว เธอพุ่งเข้าไปกอดลูกสาวไว้แน่น
“โค่วโค่วไม่ต้องกลัวนะ แม่อยู่นี่แล้ว!”
หลิ่วอิ๋งอิ๋งไม่คิดเลยว่าหลังถูกพาตัวกลับมาตระกูลหลิ่ว เธอจะถูกส่งมาขังไว้ที่เรือนหลัง
“หลิ่วอิ๋งอิ๋ง เลิกแสดงละครแม่ลูกซาบซึ้งกันเสียที ถ้ารู้จักทำตัวให้ฉลาด ก็โอนทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทเมิ่งซือมาให้เรา”
หลิ่วหยวนพูดอย่างดุดันอยู่ข้าง ๆ
“คุณจะพูดกับมันให้เสียเวลาทำไม ถ้าไม่ยอม ก็จับไอ้เด็กไม่มีพ่อไปถ่วงน้ำให้ตายซะเลย”
เติงเสวี่ยยุยงขึ้นมาอย่างเหี้ยมเกรียม
หลิ่วอิ๋งอิ๋งเพิ่งสังเกตเห็นว่าหลิ่วหยวนกับเติงเสวี่ยยืนอยู่ข้างกัน ด้านหลังทั้งคู่มีลูกน้องร่างกำยำสองคนตามมาด้วย
ผู้คุ้มกันประจำตระกูลหลิ่วสองคนนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่ถึงอย่างไรหลิ่วอิ๋งอิ๋งก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง
คิดจะหนีออกไปจากที่นี่ภายใต้การเฝ้าระวังของพวกนักเลงที่ตระกูลหลิ่วเลี้ยงไว้สองคน เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด
เธอกอดโค่วโค่วแน่น สายตาจับจ้องหลิ่วหยวนแล้วพูดว่า “หลิ่วหยวน อย่าหวังเลย”
“นายจับฉันมาขังไว้ที่เรือนหลังโดยพลการ คุณปู่รู้เรื่องหรือเปล่า?”
หลิ่วอิ๋งอิ๋งถามเสียงเข้ม เธอไม่ยอมรับกับการที่กิจการซึ่งอุตส่าห์สร้างมากับมือตลอดหลายปีถูกยึดไปแบบนี้
ถ้าไม่มีบริษัทแล้ว ต่อไปเธอกับโค่วโค่วจะใช้ชีวิตกันยังไง?
อีกอย่าง เธอไม่รู้ว่าหลิ่วหยวนจับเธอมาขังแบบนี้โดยพลการหรือไม่ เพราะการกระทำเช่นนี้ผิดกฎของตระกูล
ตระกูลหลิ่วสืบทอดมาหลายปี จึงยังมีกฎลงโทษโหดเหี้ยมที่ตกทอดมาจากสมัยก่อนอยู่บ้าง แต่โดยทั่วไปแล้วจะไม่ใช้กันง่าย ๆ
ตอนเด็ก ๆ หลิ่วอิ๋งอิ๋งเคยเห็นผู้อาวุโสอาของตระกูลถูกบีบคอจนตาย หลังจากนั้นตระกูลหลิ่วก็ไม่เคยใช้กฎลงโทษอีกเลย