บทที่ 24 นายไม่มีสิทธิ์รู้ชื่อฉัน
ยอดฝีมือรับเชิญที่ตระกูลเฉินทุ่มเงินก้อนโตเชิญมาคนนั้นได้สติกลับมาทันที ก่อนเดินหน้าขรึมเข้าหาเย่เฟิง
หลิ่วซานเตามองดูอย่างเย็นชา ไม่มีท่าทีจะลงมือ ตอนนี้เป็นจังหวะเหมาะที่จะหยั่งเชิงฝีมือของเย่เฟิง
ยอดฝีมือรับเชิญของตระกูลเฉินรูปร่างกำยำ อายุยังไม่ถึง 40 ปี ไว้ผมสั้นเกรียนดูทะมัดทะแมง ท่าทางเหมือนเคยเป็นทหารมาก่อน
เขาสวมสูทพอดีตัว แต่ก็ปิดบังจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างไม่ได้
เขามีสีหน้าสงบนิ่ง ท่าทีสุขุม ก่อนยิ้มเยาะเย่เฟิงแล้วถามว่า “แกอยากตายแบบไหน?”
จากที่ประเมินด้วยสายตา ฝีมือของอีกฝ่ายเหนือกว่าหลิ่วซานเตาอยู่ขั้นหนึ่ง คนแบบนี้ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ก็เป็นบุคคลที่ตระกูลต่าง ๆ แย่งกันดึงตัว
แต่ในสายตาของเย่เฟิง ฝีมือแค่นี้ไม่ต่างอะไรกับมดปลวก
“ถ้าแกมีฝีมือถึงค่อยพูด!”
เย่เฟิงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร
ยอดฝีมือรับเชิญของตระกูลเฉินเห็นดังนั้นก็เริ่มมีโทสะ ไม่เคยมีใครกล้าดูแคลนเขาขนาดนี้มาก่อน
“รนหาที่ตาย!”
เขาออกแรงถีบพื้น พุ่งเข้าใส่เย่เฟิงอย่างรวดเร็ว แล้วชูหมัดฟาดลงมา ท่าทางเหมือนคิดจะใช้กระบวนท่าเดียวทำให้เย่เฟิงยอมสยบ
วินาทีต่อมา!
“ปัง!”
ร่างหนึ่งลอยละลิ่วไปกระแทกเฉินเซวียนอย่างแรง
“อ๊าก!”
เฉินเซวียนร้องลั่นราวกับหมูถูกเชือด
ตอนนี้เฉินเซวียนทั้งอยากร้องไห้ก็ร้องไม่ออก ทำไมคนที่เจ็บตัวถึงต้องเป็นฉันตลอดด้วย?
นอกจากความเจ็บปวดแสนสาหัสแล้ว สิ่งที่มีอยู่ในใจมากกว่าคือความหวาดกลัว คนที่เตะยอดฝีมือรับเชิญของตระกูลตัวเองกระเด็นได้ด้วยการลงมือเพียงครั้งเดียว มีฝีมือถึงขั้นไหนกันแน่?
