เห็นได้ชัดว่าเซี่ยเฟิงยังไม่รู้ตัวเลยว่าสถานการณ์ร้ายแรงแค่ไหน เขายังรีบกวักมือเรียกพวก รปภ. ที่เข้ามาใกล้
เขาชี้เย่เฟิงแล้วตะโกนเสียงดังว่า “เร็ว ๆ เข้า! ล้อมหมอนั่นไว้ให้ฉัน!”
รปภ. สองคนมองหน้ากันอย่างลังเล ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
เมื่อครู่นี้คุณหนูใหญ่เพิ่งกำชับมาว่าอย่าตามใจคุณชายก่อเรื่อง
ทั้งคู่จึงตกอยู่ในภวังค์ครุ่นคิด
“พวกนายสองคนยืนบื้ออะไรอยู่? รีบจัดการสิ!”
เซี่ยเฟิงถกแขนเสื้อขึ้นอีกครั้ง แล้วตวาดใส่รปภ. ทั้งสองอย่างเกรี้ยวกราด
เดิมทีเย่เฟิงไม่อยากสนใจไอ้ทึ่มนี่อยู่แล้ว แต่หมอนี่กลับคอยขวางซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาพลาดโอกาสที่จะตามหลิ่วอิ๋งอิ๋งทัน
น่าหงุดหงิดจริง ๆ
เย่เฟิงผลักรปภ. ที่เข้ามาขวางออกไป ก่อนเดินตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้าเซี่ยเฟิง
เซี่ยเฟิงยิ้มกริ่ม ในใจแอบดีใจ ไอ้หมอนี่รู้จักเจียมตัวจริง ๆ ถึงได้เดินเอาหน้ามาให้ซ้อมเอง
ดูท่าคงรู้ชื่อเสียงของคุณชายคนนี้แล้ว เลยเข้ามาขอโทษสินะ
สมแล้วที่ฉัน เซี่ยเฟิง จะยังเป็นคนใหญ่คนโตในเมืองเหลียน ชื่อเสียงของฉันยังดังกระฉ่อนไปทั่ว
เซี่ยเฟิงมองเย่เฟิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ “ดี ในเมื่อรู้จักทำตัวดี ๆ ฉันจะลงมือเบา ๆ หน่อยก็แล้วกัน”
พูดจบก็ยกมือขึ้น เตรียบจะตบหน้าเย่เฟิงสักฉาด...
วินาทีต่อมา!
เย่เฟิงคว้าผมที่ยาวพอประมาณของเขาไว้ แล้วไม่พูดพร่ำทำเพลง กระหน่ำซัดไม่ยั้ง...
รปภ. สองคนที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ เห็นแล้วใจหายวาบ คุณชายกร่างไปทั่วแถวนี้มาตลอด แล้วเคยถูกใครซ้อมแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?
ถ้าคุณหนูใหญ่รู้ว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกเขา มีหวังได้ถลกหนังพวกเขาแน่
