“ตอนนั้นฉันไม่น่าปล่อยให้แม่ลูกคู่นั้นเข้ามาพัวพันกับการชิงอำนาจในตระกูลเย่เลย ฉันเป็นคนทำร้ายพวกเขาเอง”
เย่เซียนเสียนพูดด้วยสีหน้าสำนึกผิด
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เรื่องนี้เป็นเหมือนหนามที่ฝังลึกอยู่ในใจของเย่เซียนเสียน
ทำให้เขารู้สึกผิดและกระวนกระวายใจ
เขาเอาแต่โทษตัวเองอยู่ทุกวี่วัน ราวกับเป็นคนบาปคนหนึ่ง
เย่เซียนเสียนเข้าใจความโหดร้ายและอันตรายของการต่อสู้แย่งชิงอำนาจในตระกูลใหญ่ดีเสียยิ่งกว่าใคร
ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดจะซ่อนเย่เฟิงกับแม่ไว้ในเมืองเล็ก ๆ แห่งนั้นตลอดไป ให้ทั้งคู่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
แต่ฟ้าไม่เป็นใจ ตัวตนของแม่ลูกเย่เฟิงยังถูกคนในตระกูลเย่สืบพบจนได้
ตอนนั้นเย่เซียนเสียนกลับไปตระกูลเย่ และแต่งงานกับหญิงสาวจากตระกูลมั่งคั่งที่ครอบครัวจัดหาให้ หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีลูกอีก
พอดีกับช่วงที่ตำแหน่งผู้สืบทอดของเขาเริ่มไม่มั่นคง โดยเฉพาะไท่จวินที่คอยกดดันมาตลอด
นางอยากให้ผู้เฒ่าเปลี่ยนตัวผู้สืบทอด และยกตระกูลเย่ให้เย่เซียนหรูซึ่งเป็นคนโปรดของนาง
แน่นอนว่าผู้เฒ่าไม่มีทางยกตระกูลเย่ให้เย่เซียนหรู
พอรู้ว่าเย่เซียนเสียนมีลูกอยู่ข้างนอก เขาก็สั่งให้เย่เฟิงกลับมารับบรรพบุรุษเข้าตระกูลทันที
นอกจากผู้เฒ่าต้องการให้เย่เฟิงกลับมาช่วยเสริมความมั่นคงให้ตำแหน่งของเย่เซียนเสียนแล้ว เขายังชื่นชมในตัวเย่เฟิงอย่างแท้จริง
เพราะคนคนหนึ่งสร้างธุรกิจขึ้นมาจากศูนย์ และทำให้มันเติบโตจนมีมูลค่าถึงหนึ่งพันล้านภายในเวลาไม่กี่ปี ความสามารถแบบนี้ไม่มีใครในคนรุ่นใหม่ของตระกูลเย่เทียบได้
ตอนนั้นเย่เซียนเสียนคัดค้านการกลับมาของเย่เฟิงอย่างหนัก แต่ก็ขัดความตั้งใจของผู้เฒ่าไม่ได้
