อีกฝั่งของสายไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น โค่วโค่วพูดเสียงสะอื้นจนหลิ่วอิ๋งอิ๋งแทบใจสลาย
หลิ่วอิ๋งอิ๋งรู้ว่าพ่อแม่ของเธอต้องพาโค่วโค่วไปที่ตระกูลหลิ่วแน่ ๆ
ตระกูลหลิ่ว
ในสายตาของโค่วโค่ว ที่นั่นไม่ต่างอะไรกับถ้ำเสือรังมังกร
ก่อนหน้านี้ คนตระกูลหลิ่วพอเห็นหลิ่วอิ๋งอิ๋งกับโค่วโค่วก็พูดจาเสียดสีทุกครั้ง บางครั้งถึงขั้นด่าทอและลงไม้ลงมือยามหลิ่วอิ๋งอิ๋งไม่อยู่
เรื่องที่ต้องเจอแบบนั้นสร้างบาดแผลในใจให้โค่วโค่วอย่างหนักทุกครั้ง
เพราะอย่างนั้น หลิ่วอิ๋งอิ๋งจึงพยายามเต็มที่ไม่ให้คนตระกูลหลิ่วเจอโค่วโค่ว นี่เป็นสิ่งเดียวที่เธอพอจะทำได้
เธอไม่อยากให้โค่วโค่วต้องทนรับบาดแผลที่มองไม่เห็นเหล่านั้น
พอได้ยินเสียงของโค่วโค่ว เธอก็รู้ว่าต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นทางตระกูลหลิ่วแน่ ๆ
เธอรีบปลอบว่า “โค่วโค่ว อย่าร้องนะ แม่จะรีบไปรับเดี๋ยวนี้”
“มะ...แม่ โค่ว...โค่วกลัว”
“แม่ใกล้ถึงแล้วนะ”
“เซวียนเซวียน ไปกัน ไปบ้านใหญ่ตระกูลหลิ่ว!”
หลิ่วอิ๋งอิ๋งหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาแล้วบอกเซวียนเซวียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
เซวียนเซวียนรีบเดินตามออกไป ทั้งสองออกจากบริษัทขึ้นรถ แล้วมุ่งหน้าไปยังบ้านใหญ่ตระกูลหลิ่วทันที
ตระกูลหลิ่วเป็นตระกูลเก่าแก่ของเมืองเหลียน มีคฤหาสน์กว้างใหญ่ ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและสายน้ำ ครอบคลุมพื้นที่เกือบครึ่งภูเขา
เมื่อหลายสิบปีก่อน ตระกูลหลิ่วยังเคยเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองเหลียน แต่หลังจากผู้นำตระกูลหลิ่วคนปัจจุบันขึ้นดูแลตระกูล ก็ยิ่งตกต่ำลงเรื่อย ๆ
ตอนนี้อันดับของตระกูลหลิ่วในบรรดาตระกูลต่าง ๆ ของเมืองเหลียนร่วงไปอยู่ท้ายแถวแล้ว แทบไม่มีอำนาจอะไร และยิ่งเทียบกับความรุ่งเรืองในอดีตไม่ได้
