จนกระทั่งเงาของเย่เฟิงกับเจิ้งกั๋วจงหายลับไปด้านนอก เธอจึงหมุนตัวจากไปเงียบ ๆ มุ่งหน้าไปยังวิลล่าของอิ๋งอิ๋ง
บนรถ
เย่เฟิงกับเจิ้งกั๋วจงนั่งเคียงกันอยู่ที่เบาะหลังของรถเบนท์ลีย์ ด้านหน้ามีคนขับหนุ่มนั่งอยู่
เย่เฟิงเคยเห็นเขาเมื่อเช้า เป็นชายหนุ่มซื่อสัตย์จริงใจ อายุน้อยกว่าเย่เฟิงไม่กี่ปี
เขาเป็นญาติจากบ้านเกิดของเจิ้งกั๋วจง และทำงานเป็นคนขับรถให้เจิ้งกั๋วจงมาหลายปีแล้ว ทั้งขยันขันแข็งและไว้ใจได้
“ประธานเย่ เราไปหาเขาถึงบ้านแบบนี้ จะดูบุ่มบ่ามไปหน่อยไหมครับ?”
เจิ้งกั๋วจงเอ่ยถาม
เขากังวลอยู่บ้างว่าอีกฝ่ายอาจยังไม่ยอมมอบหุ้นให้
ถ้าเป็นอย่างนั้น ประธานเย่จะทำอะไรหรือเปล่า...
เขาไม่กล้าคิดต่อ
“ผมเชื่อว่ายังพอคุยกันได้”
เย่เฟิงตอบเรียบ ๆ
“ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมจริง ๆ ก็ช่างเถอะ ปีหน้าเราค่อยจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อปฏิรูปโครงสร้างหุ้นทั้งหมด แต่แบบนั้นต้องใช้เวลาอีกมาก และจะกระทบแผนของผม”
เย่เฟิงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ใบหน้าไม่มีร่องรอยจิตสังหารอย่างที่เจิ้งกั๋วจงคาดไว้
เจิ้งกั๋วจงจึงค่อยคลายใจลงได้บ้าง
ในฐานะคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในแวดวงธุรกิจมา หากแก้ปัญหาด้วยวิธีทางธุรกิจได้ เขาก็ไม่อยากใช้กำลังหรือเข่นฆ่ากันเลย
ระหว่างทาง เย่เฟิงพูดคุยกับเจิ้งกั๋วจง พร้อมสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ครอบครัวของเซียวจวินในตอนนี้
สวนฮั่นหลินเป็นโครงการหมู่บ้านวิลล่าที่หรูหรายิ่งกว่าหมู่บ้านจัดสรรฉางซิน ภายในมีแต่วิลล่าเดี่ยวสไตล์ตะวันตก ผู้พักอาศัยล้วนเป็นบุคคลระดับแถวหน้าของเมืองเหลียน
เซียวจวินเป็นถึงประธานบริษัทชั้นนำของเมืองเหลียน ย่อมมีฐานะพอจะอาศัยอยู่ที่นี่
นอกจากนี้ ตระกูลใหญ่และบุคคลในแวดวงการเมืองของเมืองเหลียนบางส่วนก็ซื้อบ้านไว้ที่นี่เช่นกัน