แม้ภายนอกหลิ่วอิ๋งอิ๋งจะดูบอบบาง อ่อนโยนราวกับหญิงสาวผู้เรียบร้อย แต่ความจริงแล้วเธอไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องด้วยได้ง่าย ๆ
สมัยที่ยังคบกับเย่เฟิง แม้แต่เย่เฟิงก็ยังไม่กล้าทำให้ผู้หญิงคนนี้โมโห นับประสาอะไรกับติงเสวี่ย
โค่วโค่วเป็นแก้วตาดวงใจของหลิ่วอิ๋งอิ๋งมาโดยตลอด เป็นจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดของเธอ ตอนนี้กลับถูกทำร้ายจนเป็นสภาพนี้
ในฐานะแม่ หลิ่วอิ๋งอิ๋งเดือดดาลจนขาดสติ ราวกับเสือที่ขนตั้งชัน
เธอตบหน้าติงเสวี่ยจนแดงก่ำ อีกฝ่ายมึนงงไปชั่วขณะ ก่อนจะได้สติและเดือดดาลขึ้นมา ด่าลั่นว่า “หลิ่วอิ๋งอิ๋ง นังแพศยาที่โดนคนเอาจนพรุน กล้าดียังไงมาตบฉัน?”
“เพี๊ยะ!”
เสียงตบดังชัดขึ้นอีกครั้ง
หลิ่วอิ๋งอิ๋งตวาดอย่างโกรธจัด “ติงเสวี่ย หัดพูดจาให้มันดี ๆ หน่อย!”
พูดจบก็จับหัวติงเสวี่ยกดลง แล้วตบซ้ำอีกหลายฉาด
ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่อาจดับไฟโกรธในใจหลิ่วอิ๋งอิ๋งได้
หลิ่วอิ๋งอิ๋งสูงราว 170 กว่าเซนติเมตร ส่วนติงเสวี่ยสูงไม่ถึง 160 เซนติเมตร เธอสูงกว่าอีกฝ่ายเกือบหนึ่งช่วงศีรษะ
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนเรียนมหาวิทยาลัยหลิ่วอิ๋งอิ๋งฝึกวิชาต่อสู้ป้องกันตัวอยู่บ่อย ๆ แม้จะเทียบกับยอดฝีมือด้านศิลปะการต่อสู้ไม่ได้
แต่สำหรับติงเสวี่ยแล้ว เธอถูกซ้อมอยู่ฝ่ายเดียว ไม่มีแรงแม้แต่จะตอบโต้
ภาพตรงหน้าทำให้ทุกคนในบ้านตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ผ่านไปนาน หลิ่วหยวนจึงพุ่งเข้าไปช่วย
เมื่อหลิ่วชุนตงผู้เป็นพ่อเห็นเช่นนั้น ก็กลัวลูกสาวจะเสียเปรียบ รีบเข้าไปช่วยและดึงหลิ่วอิ๋งอิ๋งกลับมา
