หลิ่วซานเตาได้ยินดังนั้นก็รับคำเสียงหนักแน่นว่า “ครับ คุณเย่!”
“เอาละ ฉันไม่อยู่รบกวนนายแล้ว”
พูดจบก็โบกมือ ก่อนเดินออกไป
หลิ่วซานเตารีบลุกขึ้นไปส่ง
พอออกมาข้างนอก เย่เฟิงก็ขึ้นคร่อมสกูตเตอร์ไฟฟ้าคันเก่าคร่ำครึของบ้านหลัวเยี่ยน แล้วค่อย ๆ ขี่จากไป
หลิ่วซานเตาที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับกระตุกมุมปาก คุณเย่ขี่สกูตเตอร์ไฟฟ้าแบบนี้เนี่ยนะ?
เขาครุ่นคิดเงียบ ๆ ว่าควรส่งรถดี ๆ สักคันให้คุณเย่ เพื่อให้สมกับฐานะของอีกฝ่ายหรือเปล่า...
“ปัง!”
ภายในคฤหาสน์ตระกูลเฉิน เฉินหงตบโต๊ะผุดลุกขึ้น มองเฉินเซวียนที่ร้องโอดโอยแทบขาดใจ แล้วด่าด้วยความโมโหว่า “ไร้ประโยชน์! แค่หลิ่วซานเตาคนเดียวก็จัดการไม่ได้!”
“พ่อ หลิ่วซานเตาไม่ได้เก่งกาจอะไรเลย พวกเราจัดการเขาได้สบาย ๆ ด้วยกำลังที่มี”
“แต่ไม่รู้จู่ ๆ มีคนโหดโผล่มาจากไหน แม้แต่คุณว่านก็ยังสู้ไม่ได้!”
เฉินเซวียนรีบอธิบาย
เฉินหงข่มความโกรธลง ก่อนหันไปมองผู้ถวายงานประจำตระกูลเฉิน แล้วถามเสียงเข้มว่า “กั๋วหัว เล่ามาซิว่าเรื่องมันเป็นมายังไง!”
ผู้ถวายงานประจำตระกูลเฉินที่ชื่อว่านกั๋วหัวไออย่างแรงสองสามครั้ง แล้วค่อย ๆ เอ่ยว่า “นายท่าน เรื่องนี้โทษคุณชายไม่ได้จริง ๆ คนโหดคนนั้นไม่ธรรมดาเลยครับ!”
“แทบจะแน่ใจได้แล้วว่าเซี่ยไห่เซิงถูกอีกฝ่ายฆ่า”
ว่านกั๋วหัวยังรู้สึกหวาดหวั่นกับลูกเตะของเย่เฟิงมาจนถึงตอนนี้ เลือดลมในกายยังปั่นป่วน และบาดเจ็บไม่น้อย
เขาเคยพบยอดฝีมือด้านวรยุทธ์มามาก คนที่เก่งกว่าเขาก็มีไม่น้อย แต่คนที่เตะเขากระเด็นได้ในครั้งเดียว แถมยังทำได้อย่างสบาย ๆ นั้นมีไม่มากนัก
