“นี่เธอเห็นฉันเป็นบอดี้การ์ดไปแล้วหรือไง!”
เย่เฟิงหัวเราะเบา ๆ
“แต่ฉันกลัวนี่นา!”
หลัวเยี่ยนเม้มปาก พูดเสียงอ่อย
หลังจากเรื่องเมื่อหลายวันก่อน ตอนนี้แค่คิดว่าจะออกจากบ้านก็ใจสั่นแล้ว แต่เย่เฟิงกลับทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
เห็นท่าทางน่าสงสารของเธอแล้ว เย่เฟิงก็ปฏิเสธไม่ลง เขาแบมือออกแล้วพูดว่า “ก็ได้ ๆ จะไปเมื่อไหร่ก็บอกฉันแล้วกัน”
“สองทุ่มนะ!”
พอได้ยินเย่เฟิงตอบตกลง เธอก็กลับมาสดใสขึ้นมาทันที ความหงอยเหงาเมื่อครู่หายวับไปหมด
“เดี๋ยวฉันโทรหานะ!”
พูดจบเธอก็วิ่งขึ้นไปชั้นบนดุจกวางน้อยที่กำลังกระโดดโลดเต้น
“เสี่ยวเฟิง เดี๋ยวมากินข้าวที่บ้านป้าลิ่วสิ!”
เย่เฟิงส่ายหน้า “ไม่เป็นไรครับ ป้าลิ่ว”
“ผมเอาโสมมาฝาก ป้าว่าง ๆ ก็หั่นสักสองสามแผ่นแช่น้ำดื่มนะครับ”
“เด็กคนนี้นี่ เพิ่งกลับมาแท้ ๆ จะมีเงินสักเท่าไหร่กัน ไม่เห็นต้องซื้อของมาฝากป้าเลย”
ป้าลิ่วบ่นอย่างไม่เห็นด้วย
“ป้าลิ่ว เพื่อนเขาให้ผมมาน่ะครับ ราคาไม่แพงหรอก รับไว้เถอะครับ”
ป้าลิ่วรับกล่องหรูหราประณีตสองกล่องมาดูอย่างสงสัย หรี่ตามองพิจารณาอย่างละเอียด
“จริงเหรอ?”
เย่เฟิงพยักหน้าอย่างจริงจัง
“เด็กคนนี้รู้จักคิดถึงป้าจริง ๆ”
เมื่อเย่เฟิงยืนกราน ป้าลิ่วก็ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเก็บโสมป่าที่มีอายุหลายปีทั้งสองกล่องไว้
พอดูเวลา ก็ห้าโมงกว่าแล้ว กว่าจะถึงกลางคืนยังอีกนาน เย่เฟิงพูดคุยกับป้าลิ่วสักพักก็กลับบ้าน
ตอนนี้เป็นช่วงที่คนเริ่มกลับบ้านกันพอดี เขาเจอคนไม่น้อย และก็หนีไม่พ้นเสียงซุบซิบนินทา
