หลังโต้เถียงกับระบบจบ โม่ชิงก็สงบจิตใจและปรับสภาพร่างกายของตน
“พี่ระบบ ขอรับพลังบำเพ็ญ”
【ติ๊ง! กำลังถ่ายทอดพลังบำเพ็ญขั้นเซียนทองคำมหาวิถีระดับสูงสุด——】
พลังเวทมหาศาลแทบจับต้องได้ทะลักออกมาจากส่วนลึกของตันเถียน ราวกับสายน้ำจากแม่น้ำสวรรค์ที่พังทลายเขื่อน กวาดไปทั่วทุกส่วนของร่างกายด้วยอำนาจที่ไม่อาจต้านทาน
ร่างของโม่ชิงสั่นสะท้านอย่างแรง เส้นลมปราณทั่วกายถูกขยายจนถึงขีดสุดในชั่วพริบตา ความรู้สึกราวกับร่างกำลังจะแตกออกจากภายใน
ทว่าเคล็ดวิวัฒน์เต๋าหงเหมิ่งก็เริ่มโคจรขึ้นเองทันที อีกทั้งเส้นลมปราณของโม่ชิงยังถูกโลหิตแท้ผานกู่หล่อหลอมจนแข็งแกร่งอย่างยิ่ง แม้พลังที่ถ่ายเทเข้ามาจะมากมายจนน่าตกใจ แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่ร่างกายรับไหว
เคล็ดวิวัฒน์เต๋าหงเหมิ่งเปรียบเสมือนคนงานผู้ช่ำชองในการขุดลอกลำน้ำ ค่อย ๆ จัดระเบียบ บีบอัด และนำพลังเวทที่โหมทะลักเข้ามาให้ไหลกลับสู่ตันเถียนทีละชั้น แม้จะเชื่องช้าแต่มั่นคงดุจขุนเขา
ที่สำคัญกว่านั้น พลังบำเพ็ญที่ระบบมอบให้มิใช่เพียงพลังเวทธรรมดา หากเป็นการถ่ายทอดพลังอย่างสมบูรณ์ ซึ่งรวมจิต ปราณ และวิญญาณเป็นหนึ่งเดียว ทั้งพลังเวท ปราณโลหิต และวิญญาณจึงเพิ่มพูนไปพร้อมกัน
เมื่อพลังบำเพ็ญสายสุดท้ายหลอมรวมเข้าสู่ส่วนลึกของตันเถียน โม่ชิงก็ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ลมหายใจของเขาแตกต่างจากก่อนเข้าฌานอย่างสิ้นเชิง ยามนี้พลังเวทรอบกายลึกล้ำดุจมหาสมุทร วิญญาณแน่นหนักดุจเหล็กกล้า ส่วนพละกำลังในเลือดเนื้อก็เพียงพอจะฉีกสมบัติวิเศษวิญญาณระดับกลางทั่วไปให้ขาดสะบั้น
เขากำหมัดแล้วคลาย สัมผัสพลังอันมหาศาลในกายที่ล้นเหลือจนไม่รู้จะระบายไปทางใด จู่ ๆ ก็เกิดความเข้าใจผิดขึ้นในใจว่า “หมัดเดียวก็อัดขั้นว่าที่ปราชญ์ให้กลายเป็นเนื้อบดได้”
เขารีบได้สติและส่ายหน้าเยาะเย้ยตนเอง ความรู้สึกนั้นเป็นเพียงภาพลวงจากพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเท่านั้น
