เผยลั่วไป๋คิดจะกลับเข้าบ้านแล้ว แต่เห็นเย่หลิงซูยังยืนนิ่งอยู่กับที่ เขาจึงหันกลับมา
"ศิษย์น้องเล็กยังมีอะไรจะถามหรือไม่"
จะว่าไปแล้ว เย่หลิงซูรู้สึกว่าปัญหามันใหญ่มาก ทั้งสำนักชิงเสวียนไม่มีตรงไหนไม่ใช่ปัญหา แต่พอจะถามออกไปจริง ๆ กลับไม่รู้จะถามอะไร
ถ้าสถานการณ์มันเป็นแบบนี้จริง ๆ การที่เธอใช้ชีวิตสบาย ๆ ไปวัน ๆ ในสำนักชิงเสวียนก็เป็นตัวเลือกที่ดี อย่างน้อยก็ไม่มีใครมายุ่งกับเธอ และไม่มีเย่หรงเยว่มาคอยกวนใจ
เห็นเธอนิ่งอึ้งอยู่นานไม่ยอมพูดอะไร เผยลั่วไป๋เข้าใจว่าเธอคงขี้อาย ไม่แปลก เพราะดูจากท่าทางเธออายุเพียงสิบขวบเศษ ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง เพิ่งจากพ่อแม่มาสำนักครั้งแรก กลัวเป็นเรื่องปกติ
เขาจึงหยิบแหวนมิติอันงามวงหนึ่งออกมาจากแหวนมิติของตนเองยื่นให้เธอ
"นี่คือของขวัญรับไหว้ที่ศิษย์พี่ใหญ่ให้เจ้า แหวนสุเมรุบรรจุสรรพสิ่งได้ คราวหลังเจ้าจะใส่ของก็สะดวกขึ้น"
เมื่อเผยลั่วไป๋ส่งแหวนใส่มือเย่หลิงซู นางใจสั่นสะท้านสุดขีด แต่สีหน้า… กลับนิ่งงันยิ่งกว่าเดิม
แหวนสุเมรุ!
ในโลกบำเพ็ญเซียน ภาชนะเก็บของวิญญาณระดับต่ำสุดคือถุงวิญญาณ หาได้ทั่วไปราคาถูกทุกคนซื้อได้ พ่อแม่ของนางครานี้ก็เตรียมให้เย่หรงเยว่ใบหนึ่ง นางก็หามาให้ตัวเองใบหนึ่ง
ภาชนะเก็บของระดับกลางคือแหวนมิติ แหวนมิติยังถือว่าพบเห็นได้ทั่วไป แต่ราคาไม่ถูกแล้ว มีแต่คนของสำนักใหญ่ตระกูลใหญ่เท่านั้นที่มีกันทุกคน พรตเร่ร่อนธรรมดาซื้อไม่ไหว
ในตำราเดิม อาจารย์ของเย่หรงเยว่พอเข้าสำนักก็ให้แหวนมิตินางวงหนึ่ง เป็นที่อิจฉาตาร้อนผ่าวของศิษย์สำนักเจ็ดดาวอยู่ไม่น้อย เพราะแม้สำนักเจ็ดดาวจะมั่งคั่งร่ำรวย แต่กว่าจะได้แหวนมิติเป็นของตัวเองสักวง ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างน้อยหนึ่งปีสะสมแต้มถึงจะแลกได้
ส่วนภาชนะเก็บของระดับสูงคือแหวนสุเมรุ สิ่งนี้ในโลกบำเพ็ญเซียนอย่างน้อยต้องเป็นผู้อาวุโสหรือเจ้าสำนักของสำนักใหญ่ถึงจะครอบครองได้สักวง ไม่เพียงแต่แพง ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ เป็นของฟุ่มเฟือยที่หลายคนตลอดชีวิตไม่อาจแตะต้อง
แต่บัดนี้ ศิษย์พี่ใหญ่ของนางพอพบหน้าก็ให้แหวนสุเมรุนางวงหนึ่ง นี่มันเหนือกว่าเย่หรงเยว่เสียอีก เรื่องจริงรึนี่?
สำนักชิงเสวียนของเรารวยขนาดนี้เลยหรือ?
มองดูเย่หลิงซูที่ยังคงนิ่งงัน เผยลั่วไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย ให้ของขวัญรับไหว้แล้ว ไฉนยังทำท่าทางเช่นนี้อีก?
ทันใดนั้นเขาสังเกตเห็นว่าศิษย์น้องเล็กของเขาสวมเสื้อผ้าเนื้อดี ลวดลายปักประณีตบรรจง ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ ยามปกติต้องใช้ชีวิตอย่างดี โอ้ เข้าใจแล้ว!
ที่แท้เป็นเพราะของขวัญรับไหว้เบาเกินไป นางจึงไม่เห็นค่า
เขาจึงหยิบถุงผลวิญญาณกลิ่นหอมอบอวลด้วยปราณวิญญาณออกมาจากแหวน ยัดใส่อ้อมอกของเย่หลิงซู
"ข้ารู้ว่าเจ้ายังเล็กทั้งเพิ่งมาสำนักชิงเสวียน คงไม่คุ้นนัก หากคิดถึงบ้านแล้วอารมณ์ไม่ดี ก็กินผลวิญญาณเสียหน่อย ปราณวิญญาณเข้มข้น อารมณ์คนก็จะดีขึ้นบ้าง ในถุงนี้มีผลวิญญาณห้าร้อยผล เจ้าเอาไว้กินเล่น ถ้าไม่พอค่อยมาหาข้า"
เพิ่งได้สติจากความตะลึงของแหวนสุเมรุ เตรียมจะกล่าวขอบคุณ เย่หลิงซูก็ถูกตะลึงงันงงงวยเข้าไปอีกครั้ง
ผลวิญญาณห้าร้อยผล เอาไว้กินเล่น!
คำพูดนี้ต่อให้ให้ศิษย์บำเพ็ญเซียนธรรมดาได้ยิน หรือแม้กระทั่งเย่หรงเยว่ผู้มีรัศมีของตัวเอกได้ยิน ก็ต้องพังทลายอยู่ตรงนั้น!
พ่อแม่ของนางทุ่มทรัพย์สินไปมากเพิ่งซื้อผลวิญญาณได้สิบผลให้เย่หรงเยว่ ดีไม่ดี ศิษย์พี่ใหญ่ของนางพอพบหน้าก็ให้มาห้าร้อยผลให้นางกินเล่น เอาผลวิญญาณมากินเล่น!
มือของเย่หลิงซูที่กอดถุงผลวิญญาณสั่นสะท้าน ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าเช่นนี้นางคู่ควรจะมีจริงหรือ? นี่ไม่ใช่ฝันใช่หรือไม่?
เผยลั่วไป๋เห็นศิษย์น้องเล็กก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก เขาถอนหายใจ จิตใจของเด็กผู้หญิงช่างคาดเดายากนัก ช่างเถิด
เขาหยิบถุงอีกใบออกมาจากแหวน ใส่ลงในอ้อมอกของเย่หลิงซู
ทันใดนั้นเย่หลิงซูรู้สึกได้ว่าอ้อมอกหนักอึ้งขึ้นมาทันที นางเกือบล้ม
"โปรดยกโทษให้ศิษย์พี่ใหญ่ด้วย ที่ข้าไม่ถนัดเรื่องการให้ของขวัญนัก ที่นี่มีศิลาวิญญาณหนึ่งหมื่นก้อน เจ้าชอบสิ่งใดก็ซื้อสิ่งนั้นเถิด"
เย่หลิงซูถูกเงินก้อนโตนี้ทำให้มึนงงอีกครั้ง ตอนเย่หรงเยว่ออกเดินทาง พ่อแม่ยังรวบรวมได้แค่หนึ่งร้อยก้อนเท่านั้น!
แต่ครั้งนี้นางรีบโต้ตอบทันใด เพราะกลัวว่าหากนางไม่แสดงอะไรอีก ศิษย์พี่ใหญ่จะถลุงทรัพย์สินจนหมด
"ศิษย์พี่ใหญ่ ของขวัญรับไหว้นี้มีค่ามากเกินไปแล้ว ข้าเกรงใจจะรับได้อย่างไร"
"ไม่เป็นไร ข้าเพียงกลัวว่าเจ้าจะไม่ชอบ"
"ชอบ ข้าชอบของขวัญที่ท่านให้ทั้งหมด เมื่อครู่ข้าแค่ตอบสนองช้าไปหน่อย"
"ชอบก็ดีแล้ว เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด"
"เช่นนั้นข้าจะเริ่มฝึกเมื่อใดหรือ"
"เมื่อเจ้าใคร่ฝึกก็มาที่ลานของข้า ข้าจะสอนเจ้า"
เย่หลิงซูถือของล้ำค่าที่เต็มอ้อมอกนี้ เกือบจะถูกศิษย์พี่ใหญ่ของตนทำให้ซาบซึ้งใจจนเป็นลม
บางทีนี่อาจเป็นพรหมลิขิต สวรรค์ส่งอาจารย์ที่ไม่เอาไหนมาให้ จึงชดเชยให้ด้วยศิษย์พี่ใหญ่ที่ใจกว้างและอ่อนโยน
"ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่ ข้ากลับไปลานพักก่อน"
"อืม"
เย่หลิงซูไปยังลานที่จัดให้ ที่ลานสะอาดเรียบร้อย ต้นไม้ประดับตกแต่งก็บรรจง
ทันทีที่นางเข้าไป คนรับใช้ก็มากมายคอยรับใช้ ดูดีกว่าอยู่บ้านเสียอีก
เย่หลิงซูเข้าไปในเรือน นางอารมณ์ดีเล่นแหวนสุเมรุของตนอย่างร่าเริง ยัดของทั้งหมดใส่เข้าไปข้างใน แล้วหยิบผลวิญญาณออกมากัดกิน
ฟืด… ที่แท้ปราณวิญญาณเต็มปากก็เป็นความรู้สึกเช่นนี้ รสเลิศ
นางจำได้ว่าในตำราเดิม เย่หรงเยว่กินผลวิญญาณครั้งแรกเหมือนจะผ่านไปหนึ่งเดือนใช่ไหม? ตอนนั้นคือการทดสอบประจำเดือนนางเพื่อเพิ่มพลังวิญญาณ จึงยอมลงทุนกินไปสามผล และนางก็เสียดายอยู่เนิ่นนาน
หากให้นางรู้ว่าตนเอาผลวิญญาณมากินเล่น พี่สาวคนนั้นจะโกรธจนเป็นบ้าหรือไม่?
คิดได้ดังนั้นเย่หลิงซูก็ยินดีนัก
ในความทรงจำของร่างเดิม สิบปีแรกของชีวิต ของดีทั้งหมดเป็นของเย่หรงเยว่ นางได้แต่มองตามหลังด้วยความอิจฉา แม้แต่โอกาสสัมผัสก็ไม่มี
แท้จริงร่างเดิมไม่ได้แย่ถึงเพียงนั้น ที่นางอาศัยลำแข้งตัวเองสอบเข้ารร.บำเพ็ญเซียนได้นั้นมีพรสวรรค์ในตัว แต่เพราะทรัพยากรทั้งหมดที่บ้านทุ่มให้เย่หรงเยว่ นางไม่เคยได้รับส่วนแบ่งเลยแม้แต่น้อย จึงถูกหน่วงเหนี่ยวไว้เช่นนี้
หากพ่อแม่ของนางมีจิตสำนึกสักหน่อย อย่าว่าแต่ทุ่มทรัพยากรให้นางเลย ต่อให้แบ่งครึ่งกับเย่หรงเยว่ ด้วยคุณสมบัติของนาง เข้าสำนักระดับกลางก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องตกสู่สภาพไม่มีใครเอา แล้วสุดท้ายถูกสำนักชิงเสวียนเก็บมาเช่นนี้
แต่จะว่าไปแล้ว ก็ดีที่ถูกสำนักชิงเสวียนเก็บมา ไม่อย่างนั้นนางคงต้องไปอยู่สำนักอื่นเบียดที่พักสี่คน ต้องตรากตรำสะสมแต้มเพื่อแลกทรัพยากร
คิดได้ดังนั้น สำนักชิงเสวียนก็คือสวรรค์ นางตัดสินใจแล้ว ชาตินี้เกิดเป็นคนของสำนักชิงเสวียน ตายเป็นผีของสำนักชิงเสวียน!
ผลวิญญาณคำสุดท้ายกลืนลงคอ นางยังหิวอีก จึงหยิบออกมาจากแหวนอีกผลกินต่อ
พอกินคำแรก นางก็ชะงักกึก
เดี๋ยวก่อน
ในตำราเดิมเขียนว่า สำนักชิงเสวียนทั้งสำนักล้วนเป็นตัวร้าย ไร้จุดจบที่ดี ต่างเป็นเพียงบันไดหินที่ให้เย่หรงเยว่ก้าวสูงขึ้นเรื่อย ๆ
โดยเฉพาะศิษย์พี่ใหญ่ มิใช่เพียงถูกเย่หรงเยว่แทงทะลุหัวใจตาย แต่หลังตายอาวุธวิเศษประจำตัวยังถูกเย่หรงเยว่เก็บไปอีก ชะตาน่าสังเวชนัก!
ไม่ได้นะ นั่นศิษย์พี่ใหญ่ของนางนะ!
นางใจเต้นแรง พลันหน้าประตูลมพัดวูบหนึ่ง มีอะไรบางอย่างพุ่งวาบเข้ามา ทำเอานางสะดุ้ง ผลวิญญาณติดคอ กระแอมไออย่างแรง