อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวกะพริบตาปริบ ๆ
เธอคิดว่าเมิ่งฉวินอาจกำลังด่ากระทบกระเทียบอยู่ แต่สภาพของเมิ่งฉวินในตอนนี้น่ากลัวเกินไป เธอจึงไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่แสร้งทำเป็นฟังไม่ออกว่าเขากำลังสื่อถึงอะไร
อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวหยิบโทรศัพท์ออกมา เธอตั้งใจจะกดปิดนาฬิกาปลุกอีกครั้ง
แต่จู่ ๆ ก็ได้ยินเมิ่งฉวินเรียกชื่อและนามสกุลของเธอ “อวี้เหมี่ยวเหมี่ยว”
มือของเธอสั่น โทรศัพท์แทบหลุดจากมือ
อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง “มีอะไรหรือ เมิ่งฉวิน”
เมิ่งฉวินก้าวเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าว เธอสะดุ้งเฮือก แทบจะเผ่นหนีไปในทิศตรงกันข้าม
เมิ่งฉวินถามเธอว่า “เธอมองเราเป็นอะไรกันแน่”
เป็นคำถามสุดคลาสสิกจริง ๆ
อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวชะงักไป เธอไม่สนใจจะกดปิดนาฬิกาปลุกแล้ว หันหลังเตรียมจะเดินหนีทันที
แต่ข้อมือกลับถูกกระชากไว้ด้วยแรงที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
เมิ่งฉวินกำข้อมือเธอไว้แน่น ฝ่ามือกอบกุมผิวของเธอไว้จนไม่มีช่องว่าง อุณหภูมิร่างกายของเมิ่งฉวินส่งผ่านจุดที่ผิวสัมผัสกันมา กลับเย็นยิ่งกว่าอุณหภูมิร่างกายของเธอเสียอีก
อากาศยังไม่ทันอุ่นขึ้นเต็มที่ ยิ่งเป็นกลางคืนบนภูเขา อุณหภูมิก็ยิ่งต่ำ แต่เขากลับยืนตากลมหนาวอยู่บนระเบียงมานานขนาดนี้ ทั้งที่ร่างกายยังไม่หายดี
อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวหันกลับไปจ้องเขาเขม็ง
เมิ่งฉวินรับทุกอารมณ์ที่เธอแสดงออกมาไว้ทั้งหมด ก่อนจะออกแรงเบา ๆ ดึงอวี้เหมี่ยวเหมี่ยวเข้ามาหาตัว
อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวกัดฟันแน่น ออกแรงทั้งหมดที่มี ยืนหยัดอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อน
