เมิ่งฉวินเอียงตัว ก้มหน้าลง
ดวงตาของเขาเป็นสีดำเข้มจัด แม้อยู่ใต้แสงไฟ รูม่านตาของเมิ่งฉวินก็ราวกับไม่อาจรับแสงเข้าไปได้ สีดำมืดนั้นดูเหมือนจะกลืนกินแหล่งกำเนิดแสงทุกอย่าง
เมื่อเห็นเขาอยู่ในสภาพเช่นนี้ อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกโกรธขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เธอเผลอเอ่ยถามออกไปโดยไม่ทันคิด
“ทำไมเจ้าต้องทำท่าแบบนี้ด้วย เมิ่งฉวิน ทำไมต้องทำให้ทุกคนเจ็บปวดกันไปหมด……”
เสียงของเธอติดขัดเล็กน้อย เธอยกมือขึ้นใช้หลังมือเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอหางตาออกอย่างแรง
เธอเคยอ่านเนื้อเรื่องของเส้นโลกนี้ รู้ว่าในอนาคตเมิ่งฉวินจะรักคนอื่น ความรู้สึกของมนุษย์ก็เป็นเช่นนี้ เมื่อถลำลึกอยู่ในนั้นก็รู้สึกเหมือนมันแข็งแกร่งจนไม่มีวันพังทลาย แต่เมื่อแยกจากกันแล้ว ความรู้สึกทั้งหมดก็จะเลือนหายไปตามกาลเวลา
ความจริงใจนั้นหาได้ยาก แต่ก็แปรเปลี่ยนได้ง่าย
เธอไม่อยากทำให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพน่าอับอายเช่นนั้น
“ความรู้สึกที่เจ้ามีต่อข้าลึกซึ้งถึงเพียงนั้นจริงหรือ ทำไมต้องแสร้งทำเป็นรักลึกซึ้งด้วย ทำไมต้องทำเหมือนกับว่าเจ็บปวดจากความรักอย่างแสนสาหัส หรือว่าเมิ่งฉวินอย่างเจ้าเป็นคนประเภทที่พอมีความรักแล้วก็จะเป็นจะตายกันไปข้างหนึ่งจริง ๆ เจ้าคือคนแบบนั้นหรือ! เจ้า……”
“ใช่ ข้าเป็น”
เมิ่งฉวินเอ่ยขัดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวชะงักค้างอยู่กับที่
คำพูดที่เดิมทีเกิดจากอารมณ์พลุ่งพล่าน ตั้งใจเหน็บแนมและยั่วโมโหเมิ่งฉวิน ทว่าทันทีที่เขาตอบ ความหมายของประโยคทั้งหมดก็เริ่มเปลี่ยนไป
เมิ่งฉวินถามนางว่า “เจ้าเข้าใจข้าผิดไปอย่างไรกันแน่ ทำไมข้าจะเป็นคนแบบนั้นไม่ได้ ทำไมข้าจะเป็นจะตายเพราะความรักไม่ได้”
