“ก็เพราะว่าใหญ่ ข้าพึงจะขายมันเสีย” องค์หวังผิงหยางโบกมือ
เหลียนซินถืออสุกระทรราชมงคลไปหาพ่อบ้าน
พ่อบ้านได้ฟังก็ยินดีรับอาสา
ครั้นพ่อบ้านมีเรื่องต้องเข้าเฝ้ารายงานองค์ชายผิงหยางอยู่แล้ว จึงถืออสุกระทรราชมงคลมายังห้องหนังสือ
“ท่านอ๋อง หนูไฉไปดูมาแล้ว หวีดที่สั่งทำนั้นเสร็จเกือบราบเรียบแล้ว”
“เจ้าค้าหวีดว่ายังต้องจูนเสียงอีกหนึ่งวัน จึงจะรับไปได้”
องค์ชายผิงหยางพยักหน้า
พ่อบ้านรายงานจบแล้วมิได้ออกไป
“ท่านอ๋อง เมื่อครู่บ่าวสาวของฮูหยินนามเหลียนซินมาหาหนูไฉ ให้ช่วยขายตระกุลของฮูหยินเสีย”
ครั้นนั้นองค์ชายผิงหยางกำลังสอนตัวตัวเล่นหมาก
เขาได้ยินถ้อยคำของพ่อบ้าน “ตระกุลแห่งใด? เอาอสุกระทรราชมงคลมาให้เปิ่นหวังดู”
พ่อบ้านควักอสุกระทรราชมงคลจากแขนเสื้อที่เหลียนซินส่งมอบให้ ยื่นถวายองค์ชายผิงหยาง
องค์ชายผิงหยางคลี่ดูที่อยู่ที่เขียนไว้
“เปิ่นหวังจำได้ว่าตระกุลแห่งนี้เก็บเกี่ยวได้ดีไม่น้อย ฮูหยินคิดจะขายมันทำไมกัน”
พ่อบ้านโค้งตัวลงเล็กน้อย
“เมื่อครู่เหลียนซินว่า ไม่รู้เพราะเหตุใดหลายปีมานี้ตระกุลแห่งนี้เก็บเกี่ยวได้ย่ำแย่ลงทุกที”
“ฮูหยินเห็นว่าเลี้ยงชาวนาผู้เช่าที่รับใช้นับสิบไว้เสียเปล่าเกินไป จึงคิดจะขายมันเสีย”
ตัวตัวที่ยืนอยู่ข้างกายเหลือบเห็นตัวอักษรสีทองปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
[ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะเจ้าที่ดินหลอกบนบังล่างไง!]
[เจ้าที่ดินมีต้นใหญ่ให้พึ่งพิง ทั้งที่ฮูหยินเก็บค่าเช่าแค่หกส่วนเท่านั้น]
