ห้องนั่งเล่น
ฉีหว่านถือแก้วน้ำแก้วหนึ่ง นั่งอยู่บนโซฟาอีกฝั่ง ปลายนิ้วลูบไล้ผิวแก้วเย็นเฉียบซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่รู้ตัว ความกระสับกระส่ายละเอียดอ่อนค่อย ๆ ผุดขึ้นจากผิวหนังทีละน้อย
เรียกร้องให้แนบชิดผิวกาย เรียกร้องสัมผัสอุ่นร้อน เรียกร้องอ้อมกอดที่สัมผัสได้จริง
ท้ายทอยคันยุบยิบจนชาเป็นระลอก ความร้อนวูบวาบที่ไร้เรี่ยวแรงแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูร่างกาย
ทั้งที่ปรารถนาจะเข้าใกล้เหลือเกิน ทุกเซลล์ในร่างกายต่างกรีดร้องว่าอยากสัมผัสเขา แต่ฉีหว่านกลับเกร็งแผ่นหลังแน่น พยายามเว้นระยะห่างจากฟู่เสวียน แขนทั้งสองข้างกอดกระชับอยู่หน้าอก แม้แต่หางตายังพยายามหลบเลี่ยงชายหนุ่ม
เหงื่อเย็นบาง ๆ ผุดพรายตรงขมับ ลมหายใจเริ่มติดขัดเล็กน้อย นิ้วมือกำแน่นจนซีดขาว เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะต้านความปรารถนาที่ปั่นป่วนอยู่ภายใน ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นโค้งซีดจางและเกร็งตึง
ฟู่เสวียนมองเห็นความผิดปกติทั้งหมดของเธอมานานแล้ว
เขาไม่ได้ยื่นมือไปบังคับเธออย่างบุ่มบ่าม เพียงลุกขึ้นช้า ๆ แล้วขยับไปนั่งใกล้เธอขึ้นอีกนิด โดยเว้นระยะห่างไว้เล็กน้อย
น้ำเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มราบเรียบ ไม่ได้กดดันแม้แต่น้อย คล้ายคำเชื้อเชิญอันอ่อนโยนที่ค่อย ๆ โน้มน้าวเธอซึ่งใกล้จะเสียการควบคุม
“หว่านหว่าน อย่าฝืนเลย”
เขาแหวกสาบเสื้อออกเล็กน้อย เผยให้เห็นแผงอกส่วนหนึ่ง
ฝ่ามือเรียวยาวกางออก โอบรับเธอไว้ในอ้อมแขน สายตาลุ่มลึกจับจ้องดวงตาที่หลบเลี่ยงของเธอ
“มาสิ”
เสียงของฟู่เสวียนแผ่วต่ำ แฝงพลังเย้ายวน
“เป็นร่างกายของคุณที่ต้องการ ไม่ใช่ตัวคุณหรอก”
ฉีหว่านสั่นเทาไปทั้งร่าง ความปรารถนาภายในแทบทะลวงผ่านสติสัมปชัญญะ ด้านหนึ่งคือความอับอายและแรงต่อต้าน อีกด้านคือความว่างเปล่าที่ทนรับไม่ไหว
เธอก้มตาลง ขนตายาวสั่นระริกอย่างรุนแรง สติยังคงพยายามถอยหนีสุดกำลัง ทว่าร่างกายกลับเอนเข้าหาเขาอย่างควบคุมไม่ได้ เฝ้าถวิลหาอ้อมกอดที่จะช่วยปลดปล่อยเธอจากความทรมาน
เพียงซุกตัวเข้าไปในอ้อมแขนของฟู่เสวียน แนบชิดผิวกายอุ่นร้อนของเขา ความทรมานที่กัดกินหัวใจทั้งหมดก็จะเลือนหายไป
ฟู่เสวียนรอเงียบ ๆ อดทนปล่อยให้เธอต่อสู้กับความรู้สึกภายใน ขณะที่ยังคงอ้าแขนรอรับเธอไว้ เขาเอ่ยเสียงแผ่วซ้ำอีกครั้ง “มาหาผมสิ”
จากนั้นก็โน้มน้าวอย่างเชื่องช้า “ไม่ทรมานมากหรือ? มาหาผมแล้วจะรู้สึกดีขึ้น”
“นอกจากผมแล้ว ไม่มีใครทำให้คุณรู้สึกดีได้หรอก”
“มาเถอะ”
———
「โฮสต์ ตื่นสิ ฉันคือระบบเสี่ยวเสี่ยว คุณมาถึงโลกใบแรกแล้ว」
เสียงนุ่มนิ่มแต่แฝงความเป็นกลไกดังขึ้นในหัวของฉีหว่าน ฉุดสติอันพร่าเลือนของเธอกลับมาอย่างแรง
「เพื่อความสะดวก ในแต่ละโลกคุณจะยังใช้ชื่อฉีหว่าน และเพื่อให้เข้ากับบทบาท คุณจะได้รับอิทธิพลจากเจ้าของร่างเดิม」
「ตอนนี้ฉันจะแนะนำเนื้อเรื่องให้ฟัง——」
ฉีหว่านยังไม่ตื่นเต็มที่ เธอคิดจะยกมือขึ้นขยี้ตา
ข้างหู เสียงที่เรียกตัวเองว่า “ระบบเสี่ยวเสี่ยว” ยังคงอ่านต่อไปอย่างไม่สนใจอะไร น้ำเสียงรวดเร็วราวกับกำลังแข่งกับเวลา
「พระเอกของโลกนี้ชื่อกู้เหยียนชวน เป็นลูกนอกสมรสของตระกูลกู้」
「หลังจากแม่ป่วยตาย เขาก็ถูกตระกูลกู้ตามตัวกลับมา และย้ายไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเอ ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำของเหล่าชนชั้นสูง」
「นางเอกชื่อเซี่ยซินโยว เป็นดาวมหาวิทยาลัยเอ และเป็นเพื่อนเล่นวัยเด็กของพระรอง ฟู่เสวียน」
「เซี่ยซินโยวเป็นคุณหนูคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ส่วนฟู่เสวียนเป็นทายาทตระกูลฟู่」
「ช่วงแรก ผู้ใหญ่ของทั้งสองตระกูลตั้งใจจับคู่พวกเขา ฟู่เสวียนจึงดูแลเซี่ยซินโยวเป็นพิเศษ」
「เซี่ยซินโยวคุ้นเคยกับการมีพี่ชายเพื่อนเล่นคนนี้อยู่ข้างกาย คอยจัดการทุกอย่างและดูแลเธอมาตั้งแต่เด็ก」
「เมื่อรู้ว่าผู้ใหญ่ของทั้งสองตระกูลอยากจับคู่พวกเขา ช่วงแรกเธอไม่ได้ปฏิเสธ เพราะฟู่เสวียนเป็นตัวเลือกที่ดีจริง ๆ」
「จนกระทั่งได้พบกับนักเรียนย้ายมาใหม่อย่างกู้เหยียนชวน」
สติของฉีหว่านค่อย ๆ กลับมารวมตัวกันในที่สุด
เธอพบว่าตัวเองนั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ ตรงหน้าคือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่เปิดอยู่ บนหน้าจอปรากฏหน้าเว็บไซต์กรอกข้อมูลเลือกคณะและมหาวิทยาลัยเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเด่นชัด
ห้องกว้างขวาง ตกแต่งอย่างประณีต กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศลอยอวลอยู่จาง ๆ
บนชั้นหนังสือเต็มไปด้วยตำราด้านการเงินและการบริหาร ตรงมุมโต๊ะมีกรอบรูปตั้งอยู่ ภายในเป็นภาพหญิงสาววัยเยาว์ที่มีสีหน้าเคร่งขรึมแต่แฝงความอ่อนโยน
“นี่คือ...”
เธอก้มมองมือตัวเอง ผิวขาวเรียว นิ้วมือสะอาดสะอ้าน เล็บตัดแต่งอย่างเรียบร้อย แตกต่างจากมือที่เต็มไปด้วยหนังด้านในความทรงจำอย่างสิ้นเชิง
「กู้เหยียนชวนกับฟู่เสวียนเป็นคนละแบบกันโดยสิ้นเชิง คนหนึ่งเป็นหนุ่มน้อยร่าเริงมีชีวิตชีวา ส่วนอีกคนเป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์ อ่อนโยนราวหยกงาม」
「เดิมทีเซี่ยซินโยวเป็นคนเปิดเผยไม่คิดมาก จึงคุยกับกู้เหยียนชวนถูกคอมากกว่า พอทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะ ความสัมพันธ์ก็ยิ่งใกล้ชิดกัน」
「ฟู่เสวียนกับเซี่ยซินโยวเรียนสาขาเดียวกัน แต่ไม่ได้อยู่ชั้นเรียนเดียวกัน」
ฉีหว่านเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แล้วหลับตาลงครู่หนึ่ง
ฉากต่าง ๆ ในนิยายผุดขึ้นในหัวราวกับภาพฉาย
เธอจำได้ว่าหลังจากตกงาน ก็นอนแผ่อยู่ในห้องเช่า อ่านนิยายทุกวันเพื่อฆ่าเวลา
ในนิยายเรื่องนั้นมีพระรองคนหนึ่ง อ่อนโยน รู้จักยับยั้งชั่งใจ คอยทุ่มเทให้อย่างเงียบ ๆ เสมอ ท้ายที่สุดกลับต้องโดดเดี่ยวไปจนแก่เฒ่า
ตอนนั้นเธอยังเคยบ่นว่า “นางเอกนี่สมองมีปัญหาหรือไง? มีพระรองดีขนาดนี้ให้เลือกแท้ ๆ ดันไปพัวพันกับพระเอกเฮงซวยคนนั้น”
「ฟู่เสวียนสังเกตเห็นว่าเซี่ยซินโยวเริ่มห่างเหินจากเขาในช่วงนี้ อีกทั้งยังเห็นเธอสนิทสนมกับคนอื่นมากขึ้นเรื่อย ๆ」
「เขาจึงบอกเซี่ยซินโยวว่า ที่ดูแลเธอเป็นพิเศษก็เพราะเห็นเธอเป็นน้องสาว หวังว่าเธอจะไม่ตีตัวออกห่างเพราะเข้าใจผิดว่าผู้ใหญ่ของทั้งสองตระกูลอยากจับคู่พวกเขา」
「ไม่รู้ว่าเซี่ยซินโยวเชื่อหรือเปล่า แต่ไม่ว่าอย่างไร นับจากวันนั้นเธอก็รับทั้งความเอาใจใส่และความปรารถนาดีจากฟู่เสวียนไปพร้อม ๆ กับแอบคบหากับพระเอกกู้เหยียนชวนโดยปิดบังครอบครัว」
「ฟู่เสวียนเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา แต่กลับทำอะไรไม่ได้」
「เซี่ยซินโยวปักใจชอบกู้เหยียนชวนอย่างหัวชนฝา คนรอบข้างยังหัวเราะแล้วพูดกันว่า สุดท้ายรักวัยเด็กก็สู้คนที่เข้ามาทีหลังไม่ได้」
“แล้วต่อจากนั้นล่ะ?” ฉีหว่านยกมุมปากขึ้นอย่างไร้เสียง แล้วถามในใจ
「จนกระทั่งพวกเขาเรียนจบ ฟู่เสวียนเข้าบริหารบริษัทของครอบครัว เซี่ยซินโยวจึงรู้ว่าตัวเองถูกกู้เหยียนชวนหลอก」
「กู้เหยียนชวนเข้าใกล้เธอเพียงเพื่อให้ได้ความช่วยเหลือจากเครือเซี่ย และสร้างฐานะให้มั่นคงในตระกูลกู้」
「เขายังใช้เซี่ยซินโยวเพื่อให้ได้ความลับทางธุรกิจที่สำคัญของเครือเซี่ยมาอีกด้วย」
「เรื่องนี้ช่วยให้เขาแย่งตำแหน่งของพี่ชายอย่างกู้เส้าอั๋งมาได้ ทั้งยังทำให้เขาได้ครอบครองเครือกู้ และเริ่มก้าวแรกสู่ความสำเร็จ」
「พ่อของเซี่ยซินโยวโกรธจนล้มป่วย จึงให้เธอหมั้นกับฟู่เสวียนเพื่อช่วยกอบกู้เครือเซี่ย」
「เซี่ยซินโยวไม่ยอม ทั้งยังคงมีความหวังกับกู้เหยียนชวน หลังจากกู้เหยียนชวนพูดจาเยาะเย้ยจนทำร้ายจิตใจเธอ เธอจึงตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากฟู่เสวียน」
「ฟู่เสวียนตอบตกลง」
「ทั้งสองกำลังจะหมั้นกัน แต่กู้เหยียนชวนกลับมาชิงตัวเจ้าสาว เธอหนีตามกู้เหยียนชวนไปในงานหมั้น」
「กู้เหยียนชวนกักขังเธอไว้ในบ้าน เพราะพบว่าตัวเองดันรักผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาจริง ๆ」
「หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มเล่นเกมไล่ตามและหลบหนี กู้เหยียนชวนถึงขั้นใช้พ่อของเซี่ยซินโยวมาข่มขู่เธอ」
「สุดท้ายแล้ว เซี่ยซินโยวก็ยอมคุกเข่าขอโทษและชดใช้ให้กู้เหยียนชวน เขาจึงยอมกลับมาคบกับเธออีกครั้ง」
「ระหว่างนั้น ทุกครั้งที่เซี่ยซินโยวมีเรื่องอะไรก็จะไปหาพระรองให้ช่วย」
「พระรองเป็นเหมือนเครื่องมือที่มีไว้ให้เหยียบขึ้นไป ทุกครั้งที่นางเอกตกอยู่ในอันตรายและต้องการความช่วยเหลือ เขาก็จะโผล่มาจัดการให้ สุดท้ายกลับต้องโดดเดี่ยวไปจนแก่เฒ่า」
เสียงของระบบเสี่ยวเสี่ยวหยุดลงในที่สุด
ห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงการจราจรจากนอกหน้าต่างแว่วมา
ฉีหว่านจ้องคำว่า “กรอกข้อมูลเลือกคณะและมหาวิทยาลัย” บนหน้าจอ ความรู้สึกเสียดสีที่บอกไม่ถูกพลุ่งพล่านอยู่ในใจ
เธอนึกถึงเหตุการณ์ที่พาตัวเองมาถึงที่นี่
ตกงาน ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า ใช้ชีวิตประทังวันด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ความบันเทิงเพียงอย่างเดียวคืออ่านนิยาย
พอเห็นพระรองผู้อ่อนโยนถูกนางเอกใช้งานราวกับเครื่องมือ สุดท้ายยังต้องโดดเดี่ยวไปจนแก่เฒ่า เธอก็โมโหจนกลางดึกนอนไม่หลับ แล้วระบายลงในช่องแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือดว่า
“นางเอกโดนพระเอกทรมานก็สมควรแล้ว! มีพระรองแสนดี ทั้งรวยทั้งหล่อทั้งอ่อนโยนอยู่ข้างตัวแท้ ๆ กลับไม่เลือก ดันไปชอบพระเอกไอ้โง่คนนั้น ทุกครั้งที่มีเรื่องหรือเจออันตรายก็ไปหาพระรองให้ช่วย สุดท้ายยังกลับไปอยู่กับพระเอกตัวซวยที่นำความทุกข์มาให้ตัวเองอีก”
“พระรองเขาติดหนี้พวกคุณหรือไง?”
หลังจากแสดงความคิดเห็นเสร็จ เธอก็หลับตาลงแล้วล้มฟุบไป
พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็มาอยู่ที่นี่แล้ว
