เจียงหว่านซิงเดินเข้าไปที่โต๊ะหนังสือแล้วดึงลิ้นชักออก
ของไม่ได้หายไป แต่สิ่งของข้างในถูกใครบางคนรื้อค้น
เจียงหว่านซิงเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา
ดูท่าเจียงเสวี่ยหลิงจะยังไม่ยอมถอดใจ
เริ่มสงสัยแล้วว่ากำไลวงนั้นเป็นของจริงหรือเปล่า
ไม่อย่างนั้นคงไม่แอบเข้าห้องเธอมาค้นของอีกครั้งตอนที่เธอไม่อยู่บ้าน
ยังดีที่เธอเตรียมการไว้ก่อนแล้ว
ภายในห้องของเธอยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง
กำไลสืบทอดประจำตระกูลเผยก็ถูกเธอเก็บไว้ในตู้นิรภัยภายในมิติกำไลแล้ว
ชาตินี้เจียงเสวี่ยหลิงไม่มีทางหาเจอ
ส่วนเงินสดกับสมุดบัญชีธนาคาร เจียงหว่านซิงก็เก็บเข้าไปในมิติกำไลเช่นกัน เหลือไว้ในลิ้นชักเพียงไม่กี่สิบหยวนสำหรับใช้ยามจำเป็น
เจียงเสวี่ยหลิงกลับมาโดยมือเปล่า เดินวนไปวนมาอยู่ในห้องของตัวเอง
เธอมองกำไลที่แตกเป็นสามชิ้นบนโต๊ะอีกครั้ง คิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ
“ตกลงมันผิดพลาดตรงไหนกันแน่?”
วันนี้เธอค้นห้องของเจียงหว่านซิงแล้ว แต่ไม่พบความผิดปกติอะไรเลย
ช่วงนี้ความรู้สึกเหมือนมีของสำคัญบางอย่างสูญหายไปยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
เธอสงสัยว่าเจียงหว่านซิงรู้ความลับของกำไลแล้ว และเปิดใช้งานมิติได้
ระยะนี้เจียงหว่านซิงทำตัวแปลกไปมาก
อย่างแรก เจียงหว่านซิงไม่ได้โง่เง่าเหมือนชาติก่อนอีกต่อไป เวลาเจอเรื่องอะไรก็รับมืออย่างใจเย็น
ใช้เหตุผลโน้มน้าวคน แทนที่จะเอาแต่โวยวายเหมือนชาติก่อน
อย่างที่สอง ฝีมือการรักษาของเจียงหว่านซิงพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดภายในเวลาไม่กี่วัน
คนที่ปกติอ่านหนังสือทีไรก็ง่วง กลับท่องบันทึกสมุนไพรเล่มหนาได้โดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว
แม้แต่ตัวเธอเองที่เคยดื่มน้ำพุวิญญาณในชาติก่อนก็ยังทำไม่ได้
เพราะอย่างนี้เจียงเสวี่ยหลิงถึงสงสัยว่าเจียงหว่านซิงใช้กำไลเปิดมิติไปแล้ว
แต่เธอกลับไม่มีหลักฐานเลยสักอย่าง
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เจียงหว่านซิงเปิดมิติในกำไลได้จริง เธอก็ทำอะไรเจียงหว่านซิงไม่ได้แม้แต่น้อย
