ในเมืองหลวง จวนองค์ชายยง
เปลวเทียนไหวระริกอย่างเงียบงัน เงาของกรอบหน้าต่างทอดลงบนพื้น
ผู้ติดตามคนสนิทสาวเท้าเบา ยกจดหมายลับฉบับหนึ่งเดินเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนก้มศีรษะค้อมกายกล่าวว่า “นายท่าน ทางองค์ชายสิบสามส่งข่าวมาพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ท่านตรวจสอบบัญชีการจัดซื้อเสบียงแล้ว ข่าวลือภายนอกแพร่กระจายออกไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
อิ้นเจินยื่นมือรับจดหมาย ปลายนิ้วหนีบกระดาษแผ่นบางไว้ พลางกวาดตามองลายมือทีละบรรทัดอย่างรวดเร็ว
เมื่ออ่านเนื้อความในจดหมายชัดเจน หัวใจของเขาพลันกระตุกวูบ
ในจดหมายเขียนไว้ว่าอิ้นฉีได้ยินการหารือราชกิจในกระโจมหลวง ทั้งยังกังวลว่าเขาจะถูกใส่ร้ายด้วยข่าวลือ จึงลอบไปถามรายละเอียดจากอิ้นเสียง
เคราะห์ดีที่คังซีทรงกระจ่างอยู่ในพระทัย เพียงลงโทษเล็กน้อย ทั้งยังทรงกดเรื่องนี้เอาไว้ จึงมิได้แพร่กระจายออกไปจนก่อให้เกิดความวุ่นวายอื่น
อิ้นเจินค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ ทว่าความกังวลหนักอึ้งชั้นหนึ่งกลับผุดขึ้นในใจตามมา
อิ้นฉียังเยาว์วัยเกินไป การเดินทางครั้งนี้ติดตามขบวนเสด็จไปยังทุ่งหญ้า อยู่เคียงข้างคังซีทุกวัน ย่อมได้ยินได้เห็นจนคุ้นชิน ไม่ยากที่จะได้ยินเรื่องการหารือราชกิจและข้อขัดแย้งในการทำงาน
เด็กน้อยมีจิตใจบริสุทธิ์ ความชอบหรือชังล้วนแสดงออกทางสีหน้า หากผู้อื่นคิดไม่ซื่อ หลอกล่อหรือหยอกเย้าเขาสักหน่อย บางทีอาจล้วงเอาเรื่องสำคัญจากปากไปใช้เป็นหลักฐานโจมตีได้
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วตั้งใจจะให้อิ้นเสียงคอยระวังผู้ที่เข้าใกล้อิ้นฉีต่อจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นนางกำนัล ขันที หรือองครักษ์ที่คอยปรนนิบัติ ตลอดจนเชื้อพระวงศ์และอ๋องมองโกลที่ไปมาหาสู่กัน จะปล่อยให้ก้อนแป้งน้อยถูกผู้อื่นวางแผนหลอกใช้โดยไม่รู้ตัวมิได้
เขาข่มความคิดวุ่นวายลง ก่อนหลุบตามองสมุดบัญชีหนาหนักที่วางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะ สีหน้ากลับคืนสู่ความสงบนิ่งเย็นชาเช่นปกติ ปลายนิ้วเคาะลงบนหน้ากระดาษเบา ๆ “ข่าวจะไปถึงค่ายเสด็จนั้น อยู่ในความคาดหมายแต่แรกแล้ว”
ตั้งแต่ข่าวลือเริ่มต้นขึ้น เขาก็ลอบส่งคนไปตรวจสอบบัญชีเสบียงทั้งหมดใหม่ตั้งแต่ต้น ทั้งรวบรวมพยานและใบเสร็จการจัดซื้อ เตรียมรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว
