นอกเมืองชิงโจว ควันจากหม้อต้มโจ๊กที่โรงทานหนาแน่นขึ้นทุกวัน เซี่ยงั่นยืนอยู่บนหอประตูเมือง มองชาวบ้านที่ต่อแถวรับโจ๊กอุ่น ๆ อยู่เบื้องล่าง ใบหน้าของพวกเขามีสีเลือดฝาดขึ้นในที่สุด นางจึงค่อยผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก
ทว่ายังไม่ทันได้โล่งใจเต็มที่ ก็มีสายตาคู่หนึ่งจากข้างกายจ้องแผ่นหลังของนางราวกับเข็มทิ่มแทง
หลินเอี้ยนจือยืนห่างออกไปสามก้าว นางมองชาวบ้านที่ก้มกราบขอบคุณเซี่ยงั่น พลางร้องเรียก “ใต้เท้าเซี่ยเป็นพระโพธิสัตว์ผู้มีชีวิต” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในใจก็ยิ่งเคียดแค้น
นางนึกถึงตอนที่ตนเดินทางลงใต้ ทั้งต้องตากลมตากฝน อดหลับอดนอน แต่สุดท้ายความดีความชอบกลับตกเป็นของเซี่ยงั่นทั้งหมด หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ต่อให้กลับถึงราชธานี นางก็ไม่มีผลงานอะไรติดตัว เช่นนั้นสิ่งที่นางอุตส่าห์วางแผนมาไม่สูญเปล่าหมดหรือ?
ดังนั้นเมื่อคนของชิ่งอ๋องยื่นข้อเสนอให้นาง โดยบอกว่าจะมอบบรรดาศักดิ์โหวให้หลังเรื่องสำเร็จ จิตใจของนางก็เริ่มหวั่นไหวอย่างแท้จริง
แต่ความคิดนี้ก็เป็นเพียงสิ่งที่อยู่ในใจนาง เซี่ยงั่นที่คอยขัดขวางนางครั้งแล้วครั้งเล่า มีสิทธิ์อะไรถึงได้มีชีวิตอยู่?
ความชั่วร้ายผุดขึ้นในใจหลินเอี้ยนจือ คืนนั้นนางจึงเรียกคนสนิทมาสั่งการเสียงเบาไม่กี่ประโยค อีกฝ่ายรับคำแล้วจากไป ก่อนอาศัยความมืดลอบเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งทางใต้ของเมือง ซึ่งมีผู้ป่วยไข้ทรพิษอาศัยอยู่ จากนั้นก็ขโมยเสื้อผ้าที่ผู้ป่วยสวมแนบกายมาหลายชิ้น แล้วลอบกลับไปยังที่พักของเซี่ยงั่นอย่างเงียบเชียบ ก่อนยัดเสื้อผ้าไว้ใต้ฟูกและตามมุมตู้เสื้อผ้า
ทุกอย่างถูกจัดการอย่างลับ ๆ แต่เซี่ยงั่นสั่งให้คนจับตาดูหลินเอี้ยนจือมานานแล้ว ไม่ว่านางจะทำอะไร แม้แต่เวลาออกจากเรือน กินอาหาร หรือพบผู้ใด ก็มีคนรายงานมาให้นางฟังทุกอย่าง
