วันรุ่งขึ้น
ลานจอดรถด้านนอกสำนักงานทะเบียนราษฎร์
ลู่เหยี่ยนจื่อนั่งอยู่ในรถไมบัค มือซ้ายเคาะเบา ๆ บนพวงมาลัย
“เหยี่ยนจื่อเอ๋ย เธอกับเนี่ยนเนี่ยนแต่งงานกันมาหนึ่งปีแล้ว รีบ ๆ มีลูกเสียทีเถอะ” เสียงของหญิงชราดังออกมาจากโทรศัพท์มือถือ
ลู่เหยี่ยนจื่อสีหน้าผ่อนคลาย แววตาดูจนปัญญาเล็กน้อย แต่ก็อดทนมาก
เขาพูดว่า “คุณย่าครับ พวกเรายังหนุ่มสาว ไม่ต้องรีบหรอกครับ คุณย่า สิ่งที่คุณย่าต้องทำตอนนี้คือดูแลสุขภาพให้ดี แล้วก็คุณปู่ ท่าน…”
“จะไม่รีบได้ยังไง” หญิงชราขัดขึ้น “ตอนนี้คุณปู่ของเธอถึงจะดีขึ้นมากแล้ว แต่พวกเราอายุมากกันแล้ว รู้ไม่ได้หรอกว่าวันไหนจะหลับตาลง”
“คุณย่าครับ…”
หญิงชราพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เธอก็อย่ามาพูดเรื่องอื่นกับฉันเลย เรื่องซุบซิบนินทาฉันก็ได้ยินมาบ้าง เธอจะรังแกเนี่ยนเนี่ยนไม่ได้”
ลู่เหยี่ยนจื่อเงียบไปสามวินาที
จนกระทั่งหญิงชราเร่ง “ได้ยินไหม”
เขาถึงได้ขมวดคิ้ว ตอบกลับ “ทราบแล้วครับ คุณย่า”
พูดคุยสัพเพเหระอีกสองสามประโยค ลู่เหยี่ยนจื่อก็วางสาย
นิ้วมือยังคงเคาะบนพวงมาลัยอย่างไม่มีสติ ลู่เหยี่ยนจื่อมองไปยังสำนักงานทะเบียนราษฎร์ที่ไม่ไกลนัก
ริมฝีปากเม้มแน่น
เขาเปิดรายการข้อความในโทรศัพท์
นิ้วมือลูบไล้ผ่านรูปพรีวิวของนักจัดดอกไม้คนหนึ่งที่เซฟชื่อว่า “ที่รัก” แล้วเลื่อนลงมา กดเข้าไปในกล่องข้อความของ “สือเนี่ยน”
ข้อความล่าสุดคือเขาบอกให้เธอเช้านี้มาที่สำนักงานทะเบียนราษฎร์เพื่อจัดการเวลานัดหย่าและสถานที่พบ
เธอยังมาไม่ถึง
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วส่งข้อความไปให้เธอ
ลู่เหยี่ยนจื่อ: 【อยู่ไหน】
วินาทีต่อมา มีเสียงเคาะกระจกรถ ลู่เหยี่ยนจื่อเห็นใบหน้าที่ค่อนข้างซีดของสือเนี่ยนนอกรถ
สือเนี่ยนเปิดประตูรถเข้ามานั่งที่เบาะข้างคนขับ
เธอมองเขาปราดหนึ่ง
เสื้อผ้ายังคงเป็นชุดเดิมเมื่อวาน เป็นชุดที่เธอจัดให้
หลายปีมานี้ ทุกสิ่งทุกอย่างของเขา เธอเป็นคนเตรียมให้หมด ตั้งแต่ของเล็ก ๆ อย่างน้ำหอมเนคไท ไปจนถึงของใหญ่อย่างเสื้อเชิ้ตสูทที่ตัดสั่ง ล้วนเป็นเธอที่ดูแลจัดการเองทั้งสิ้น
“ทำไมมาช้าจัง” เขาถาม
สือเนี่ยนละสายตากลับ
“ไม่ช้า” เธอตอบ
เพียงแต่ไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่จะรอตั้งแต่เช้าตรู่เพราะคำพูดของเขาอย่างโง่งม
นิ้วที่เคาะโดยไม่มีสติของลู่เหยี่ยนจื่อชะงักไปเล็กน้อย คิ้วขมวดมองไปทางเธอ
เธอดูซีดลงไปหน่อย น่าจะเป็นเพราะเมื่อวานเขาพูดเรื่องหย่าแล้วนอนไม่หลับ
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร
“เมื่อกี้คุณย่าโทรหาผม” ลู่เหยี่ยนจื่อละสายตา พูดว่า “เรื่องที่เราหย่ากัน อย่าบอกผู้เฒ่าทั้งสองเลยนะ ผู้เฒ่าอายุมากแล้ว รับการกระทบกระเทือนแบบนี้ไม่ไหว”
สือเนี่ยนไม่ได้ตอบตกลงในทันที เพียงถามว่า “ในโทรศัพท์คุณย่าพูดอะไรเหรอ”
“เร่งให้เรามีลูก” ลู่เหยี่ยนจื่อหรี่ตาลง แววตาฉายแวบหนึ่งของความรำคาญ
จากนั้นก็เป็นความเงียบยาวนาน
ผ่านไปประมาณไม่กี่นาที สุดท้าย สือเนี่ยนก็หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
ลู่เหยี่ยนจื่อกำมือซ้ายแน่น ดวงตาจ้องมองออกไปนอกรถ ไม่ปริปาก
เขาเคยจินตนาการว่าลูกของเขาจะหน้าตาเป็นอย่างไร จะเกิดเมื่อไหร่
ตอนที่ทำเรื่องบนเตียงกับสือเนี่ยน เขาก็เคยลูบคลำท้องของเธอ กัดใบหูเธอพูดว่า “เนี่ยนเนี่ยน เธอจะให้ฉันมีลูกเมื่อไหร่”
เพียงแต่…
ยังไงเธอก็ไม่ได้ท้องสักหน่อย
อีกครึ่งปีก็จะกลับมาแต่งกันใหม่ ตอนนั้นก็ยังไม่สาย
เวยเวยเหลือแค่ครึ่งปีแล้ว
นอกรถ ผู้คนเดินไปเดินมา ผ่านไปอีกประมาณสามวินาที
สือเนี่ยนเอ่ยปาก “ครั้งสุดท้ายนะ อ๋าจื่อ เธอจะหย่ากับฉันไหม”
“คิดจะเปลี่ยนใจรึ” คราวนี้เขาโกรธจริง ๆ
เวยเวยยังรอเขาอยู่ที่บ้าน
เมื่อได้รับการยืนยันจากเขาอีกครั้ง สือเนี่ยนก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงหยิบเอกสารชุดหนึ่งออกมา ส่งให้ลู่เหยี่ยนจื่อ
ลู่เหยี่ยนจื่อขมวดคิ้วรับมา เป็นข้อตกลงแบ่งทรัพย์สิน
“ในเมื่อจะหย่า ก็ควรจะแบ่งให้ชัดเจนหน่อย”
เธอพูด “ของตระกูลลู่ทั้งหมด ฉันเอาส่วนที่ฉันควรได้เท่านั้น”
“ระหว่างช่วงหย่ารอพินิจ เงินที่เราทำมาหาได้ก็เป็นของเรา”
พูดพลาง สือเนี่ยนก็หยิบปากกาออกมาวางข้าง ๆ
“ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ก็เซ็นเสียเถอะ” เธอว่า
ลู่เหยี่ยนจื่อยิ่งอ่าน คิ้วก็ยิ่งขมวดแน่น
สัญญาแบบฟอร์มมาตรฐาน เรียบง่ายชัดเจน เธอไม่ได้เอาอะไรไปจริง ๆ ในคอลัมน์ของเธอมีลายเซ็นชื่อ “สือเนี่ยน” เรียบร้อยแล้ว
เขาไม่เข้าใจสิ่งที่เธอคิด
ก็แค่หย่าเล่น ๆ ไม่จำเป็นต้องมีสัญญาฉบับนี้เลย
ฮันเวยเหลือเวลาเพียงครึ่งปี
อยู่เป็นเพื่อนเวยเวยเดินทางสุดท้ายนี้ แล้วเขาก็จะกลับไปอยู่กับเธอในสายตาของคุณย่าคุณปู่เหมือนเดิม
ในความคิดของลู่เหยี่ยนจื่อ สือเนี่ยนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเขา
เส้นตายของเธอต่ำมาก
เขาเคยเบื่อหน่ายเธอ ตั้งใจให้เธอทำเรื่องที่ยอมลดศักดิ์ศรีของตัวเอง
เธอไม่เคยปฏิเสธเลย
ซ้ำร้ายยังจะถือผลลัพธ์สุดท้ายเดินเข้ามาหาเขา ยิ้มแย้มแจ่มใสพูดว่า “อ๋าจื่อ ดูสิ ฉันทำได้แล้ว เจ๋งไหมล่ะ”
เธอเป็นคู่แต่งงานที่ว่านอนสอนง่ายยิ่ง หลายปีมานี้ เขาได้พิสูจน์ข้อนี้มานับไม่ถ้วนแล้ว
ถ้าไม่มีฮันเวย ชีวิตแต่งงานของเขาก็คงจะดำเนินไปอย่างราบเรียบแบบนี้
แต่ว่า…
ตรงหน้าปรากฏภาพใบหน้าที่น่าสงสารแต่ดื้อรั้นของฮันเวยตอนกระอักเลือด เขาเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก
ลู่เหยี่ยนจื่อเหลือบมองกระจกรถด้านข้าง
ในกระจกรถสะท้อนใบหน้าที่ไร้สุขไร้ทุกข์ของสือเนี่ยน
เธอคิดจะข่มขู่เขารึ
เพราะเธอเคยใช้หลักฐานที่ปลอมแปลงขึ้นมาใส่ร้ายฮันเวย
เธอเกลียดฮันเวย
หึ…
คว้าปากกามา
ลู่เหยี่ยนจื่อเซ็นชื่อของเขาลงในคอลัมน์ของตัวเอง
ไม่มีใครข่มขู่เขาได้!
สองฉบับ
สือเนี่ยนหยิบของตัวเองมาหนึ่งฉบับ
จากนั้น
ลงจากรถ
กดบัตรคิว
ยื่นเอกสาร
กรอก “ใบคำร้องขอหย่า”
ต่างคนต่างเก็บ “ใบตอบรับ” ไว้อย่างดี หลังจากหมดช่วงหย่ารอพินิจแล้ว พวกเขาจะมาอีกครั้งเพื่อรับทะเบียนหย่า
เมื่อเสร็จขั้นตอนทั้งหมดแล้ว ทั้งคู่ก็เดินออกจากสำนักงานทะเบียนราษฎร์
ดวงอาทิตย์ลอยสูงขึ้นแล้ว
แสงอาทิตย์ส่องลงบนตัวสือเนี่ยน ให้ความรู้สึกอบอุ่น
ลู่เหยี่ยนจื่อมองดูผู้คนที่เดินไปมา
ทั้งคนที่มาจดทะเบียนสมรสและหย่า แยกออกด้วยสายตาได้ชัดเจน
คู่สามีภรรยาคู่หนึ่งเดินจูงมือกันออกมา
ใบหน้าฝ่ายหญิงยิ้มอย่างหวานชื่น
เขาเลือนรางนึกขึ้นได้ ตอนที่มาจดทะเบียนสมรสเมื่อปีที่แล้ว ใบหน้าสือเนี่ยนดูจะยิ้มแบบนี้อยู่
ลู่เหยี่ยนจื่อกวาดตามองสือเนี่ยน
สีหน้าของเธอยังคงไร้สุขไร้ทุกข์
“ช่วงที่หย่ากันนี้ ผมจะยังโอนเงินในบัตรให้” เขาพูด “อย่าเอาเรื่องที่เราหย่าไปบอกคุณย่าคุณปู่นะ”
พูดจบ ไม่รอให้เธอตอบรับ เขาก็เดินจากไป
เธอมองดูรถของเขาแล่นผ่านมุมถนนไปจนหายลับสายตา
และแล้ว รถที่เธอเรียกก็มาถึง
รถสองคันแล่นไปในทิศทางตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง
คันหนึ่งแล่นไปถึงสตูดิโอจัดดอกไม้ Vivian
อีกคันหนึ่งแล่นไปถึงโรงพยาบาลที่ 1 เมือง A
ลู่เหยี่ยนจื่อเปิดประตูสตูดิโอจัดดอกไม้ ฮันเวยเห็นเข้าก็ส่งยิ้มต้อนรับ
เขาหยิบใบตอบรับออกมา พูดกับฮันเวยว่า “จัดการเรียบร้อยแล้ว เธอไม่ได้ยืดเยื้ออะไร”
ในเวลาเดียวกัน สือเนี่ยนถือใบนัดที่จองไว้ เดินเข้าแผนกสูตินรีเวช
นั่งลงตรงข้ามกับหมอ
หมอดึงม่านปิด
“เนี่ยนเนี่ยน เธอจะเอาลูกคนนี้ออกจริง ๆ เหรอ”
หลินจือฮวน เพื่อนสนิทที่เป็นหมอ ถามด้วยความเป็นห่วง “เธอไม่ได้อยากมีมานานแล้วเหรอ ก่อนหน้านี้ยังมาหาฉันให้ช่วยปรับสภาพร่างกายเลย”
สือเนี่ยนวางใบตอบรับไว้บนโต๊ะข้าง ๆ
“อืม” สือเนี่ยนพูดอย่างสงบ “เอาออกเถอะ ฉันไม่เอาแล้ว”