ย่าหลี่ว์เริ่มลนลาน “ไม่ได้ ๆ ห้ามตัดนะ บ้านฉันมีหลานชายคนนี้แค่คนเดียวเอง...”
พี่ใหญ่ตวาด “งั้นก็หุบปาก!”
ย่าหลี่ว์กับคนอื่น ๆ ในตระกูลหลี่ว์ไม่กล้าก่อเรื่องอีก ต่างกลัวว่าพี่ใหญ่กับเย่ข่ายเหวินจะถอนตัวไม่ยอมทำต่อจริง ๆ
พี่ใหญ่หันไปมองเย่ฉินซิน ตั้งใจจะให้เธอเป็นคนพูด
แต่พอเห็นมีดในมือเธอ เปลือกตาพี่ใหญ่ก็กระตุกวูบ เธอแอบสูดหายใจลึก ๆ แล้วเบือนสายตาไปอย่างรู้สึกซับซ้อน ไม่อยากให้เย่ฉินซินเสียสมาธิจนมือสั่น
“ฉินฮวา เธอเล่าสิว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเธอถึงไปหาตระกูลหลี่ว์เพื่อเอาเรื่อง”
เย่ฉินฮวากำลังกดตัวหลี่ว์เหว่ยเฉียงไว้ ไม่ให้เขาดิ้นขยับ
พอได้ยินพี่ใหญ่ให้เธออธิบาย เธอก็กัดฟันแน่นหลายครั้ง กลืนน้ำลาย แล้วพยายามเปล่งเสียงให้ไม่สั่นที่สุด
“เมื่อก่อนพวกพี่ลูกพี่ลูกน้องดูถูกพวกเรา ไม่เคยไปบ้านฉันเลย... แต่ตั้งแต่มีการเวนคืนที่ดิน พี่ลูกพี่ลูกน้องก็ไปบ้านฉันอยู่เรื่อย อยากได้เงินส่วนแบ่งจากการเวนคืนที่ดินของบ้านฉัน... เช้านี้พี่เขาก็มาอีก บอกให้บ้านฉันซื้อบ้านในนครบุปผาหงส์ให้...”
เย่ฉินฮวาอาจไม่ได้ใจกล้าเท่าน้องสาวอย่างเย่ฉินซิน แต่เธอก็ไม่ได้โง่ รู้ว่าตอนนี้ควรทำอย่างไรและพูดอะไรถึงจะเป็นประโยชน์กับตัวเองที่สุด
เธอร้องไห้พลางพูดว่า “บ้านในนครบุปผาหงส์หลังหนึ่งราคาเป็นหลายแสนหยวน พวกเราเองยังไม่กล้าซื้อเลย แต่เขากลับเอ่ยปากให้พวกเราซื้อให้ แถมยังบอกว่าต้องเป็นหลังที่ใหญ่ที่สุด ชั้นบนสุด วิวดีที่สุด...”
