เพราะอยู่ในหมู่บ้าน ตั้งแต่เด็กเธอก็เห็นใครมีเรื่องอะไรนิดหน่อยเป็นต้องไปหาซินแสให้ช่วยทำนาย แล้วเชิญซินแสมาทำพิธีเสียงดังโครมครามกันอยู่เรื่อย
ซึมซับมาตั้งแต่เล็ก แม้ตอนนี้เย่ชุนเซิงจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่เติบโตมาอย่างถูกต้อง และกำลังเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวทางสังคมนิยม แต่ในใจเธอก็ยังค่อนข้างเชื่อเรื่องลี้ลับอยู่เหมือนกัน
หลายครั้งที่เจอโอวหยางหมิงหย่วน ก็ได้ยินเขาพูดถึงโครงการธุรกิจของตัวเอง ไม่แน่ว่าโครงการของเขาอาจมีวาสนาเกี่ยวข้องกับเธอก็ได้?
ดังนั้นเย่ชุนเซิงจึงตัดสินใจว่าไม่ต้องกลับไปคิดให้ละเอียดอีกแล้ว เสี่ยงสักตั้ง!
ถ้าเดิมพันชนะ เธอก็จะร่ำรวย
ถ้าเดิมพันแพ้ แสดงว่าเธอไม่มีดวงด้านการลงทุน ต่อไปจะไม่ลงทุนอีกแล้ว เงินในสมุดบัญชีทั้งหมดจะเอาไปซื้อบ้าน ปล่อยเช่า เก็บค่าเช่า แล้วใช้ชีวิตเป็นเจ้าของบ้านเช่าอย่างสงบเสงี่ยม
ภายในเวลาไม่กี่วินาที เย่ชุนเซิงก็หาคำอธิบายให้ตัวเองลงตัวได้ ทั้งในแง่ความเชื่อและวิทยาศาสตร์
แต่โอวหยางหมิงหย่วนยังคงจมอยู่กับความหดหู่
เมื่อเห็นเย่ชุนเซิง ดวงตาของโอวหยางหมิงก็แดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง “รุ่นน้อง ฉันทำให้เธอผิดหวังอีกแล้ว…”
ก่อนหน้านี้พอได้รับโทรศัพท์จากหลี่เว่ย เขาก็รีบมาบอกเย่ชุนเซิงทันที
แต่สุดท้ายอีกฝ่ายไม่ได้คิดจะลงทุนให้เขาเลย…
“ขายก็ขายไปเถอะ ต่อไปฉันไม่อยากทำธุรกิจอีกแล้ว…” โอวหยางหมิงหย่วนสิ้นหวังจนเสียขวัญ แล้วก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนครั้งก่อน
คนที่เดินเข้าออกโรงอาหารต่างหันมามอง สายตาที่มองเย่ชุนเซิงก็แฝงความแปลกใจอยู่บ้าง
เย่ชุนเซิงเบิกตากว้าง “……”
จะร้องไห้ ๆ นี่ใช่เวลาร้องไห้หรือไง?
อย่าบอกนะว่าเธอเพิ่งตัดสินใจเสี่ยงดูสักตั้งอย่างยากลำบาก แต่โอวหยางหมิงหย่วนกลับจะเลิกทำเสียแล้ว!
“รุ่นพี่! ได้ยินที่ฉันพูดไหม?” เย่ชุนเซิงขึ้นเสียงเตือน