“เมื่อเช้าหมิงหย่วนก็เอาสัญญาที่เขาเซ็นให้เธอดูแล้ว ในนั้นเขียนไว้ชัดเจนว่าเด็กผู้หญิงที่ชื่อเย่ชุนเซิงลงทุนเงินกว่า 2 ล้านหยวนในบริษัทนี้”
“เย่ชุนเซิงมีเงิน คนที่เธอรู้จักก็มีแต่คนรวย คนรวยไม่ใช่คนโง่หรอก คนอื่นยอมควักเงินตั้งมากมายมาร่วมก่อตั้งบริษัทกับลูกชายเรา ก็แปลว่าสิ่งที่ลูกชายทำมีคุณค่า และมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง”
“ต่อให้เธอไม่เชื่อลูกชาย อย่างน้อยก็ควรเชื่อสายตาของคนรวยบ้าง”
“อีกอย่าง เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้เธออยากขวางก็ขวางไม่ไหวหรอก”
“ในเมื่อขวางไม่ได้ ก็ช่วยสนับสนุนเขาให้เต็มที่ อย่าคอยถ่วงแข้งถ่วงขา” หลี่เสี่ยวจิ้งเตือนสามี “เดี๋ยวห้ามทำหน้าบึ้งใส่หมิงหย่วนอีก ได้ยินไหม?”
โอวหยางจื้อเฉียงเม้มปากเงียบ ๆ ก่อนจะยอมพยักหน้า
หลี่เสี่ยวจิ้งถึงได้พอใจ แล้วกำชับอีกว่า “เดี๋ยวตอนกินข้าว เธอก็เป็นฝ่ายไปชนแก้วกับคนอื่น ๆ สานสัมพันธ์กันหน่อย…”
……
หลังจากจัดงานเลี้ยงฉลองสอบเข้าและงานขึ้นบ้านใหม่ไปคราวก่อน เย่ชุนเซิงก็เริ่มรู้สึกคุ้นมือกับการเลี้ยงรับรองแขกขึ้นมาบ้างแล้ว
พอทุกคนนั่งลงกินกันได้สักพัก เธอก็ถือแก้วเครื่องดื่มเดินไปชนแก้วกับทุกโต๊ะ ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานอีกครั้ง
พอเห็นท่าทางสง่าผ่าเผย ไม่ประหม่าแม้แต่น้อยของเธอ ทุกคนก็พากันเอ่ยชมอีกยกใหญ่
แน่นอนว่าในคำชมของบางคนก็อดเจือความอิจฉาปนเปรี้ยวไว้ไม่ได้
“ชุนเซิงเอ๊ย เก่งขึ้นทุกวันเลยนะ ไม่รู้ต่อไปจะยังจำป้าสะใภ้แปดคนนี้ได้หรือเปล่า”