บทที่ 1 ถูกจับได้คาหนังคาเขา
“หยุนเป่า ช่วย…เอาหมอนมาให้หน่อย ฉัน…คอเคล็ด…”
พลบค่ำ หลังจากหยุนเหมี่ยวก้าวออกมาจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยเยี่ยน ก็ได้รับข้อความเสียงจากหลินซูเหอ
น้ำเสียงขาด ๆ หาย ๆ แถมยังฟังดูอ้อแอ้ไม่ค่อยชัด
หยุนเหมี่ยวตอบกลับไป แต่อีกฝ่ายเงียบ โทรไปก็ไม่มีคนรับ
คืนนี้ รุ่นพี่คนหนึ่งจัดงานเลี้ยงวันเกิดที่หยงสี่เก๋อ และต้องการช่างแต่งหน้าติดงาน
หลินซูเหอมีพรสวรรค์ด้านการแต่งหน้าและทำผมอยู่บ้าง จึงรับงานนี้ไว้
เมื่อติดต่อเธอไม่ได้ หยุนเหมี่ยวจึงโทรหารุ่นพี่ แต่ก็ไม่มีคนรับสายเช่นกัน
ตอนนั้นเอง เซี่ยซีซีเพื่อนสนิทก็เดินเข้ามาใกล้
“เหมี่ยว เราไปดูที่หยงสี่เก๋อกันไหม”
“ได้ แต่เราจะเข้าไปได้หรือ”
“เจียงเซียวลูกพี่ลูกน้องฉันไปที่นั่นบ่อย เดี๋ยวให้เขาพาเราเข้าไป”
ทั้งสองนั่งแท็กซี่ไป เกือบถึงพร้อมกับปอร์เช่ของเจียงเซียวที่หยงสี่เก๋อ
หยงสี่เก๋อ สโมสรหรูระดับสุดยอดที่ลึกลับที่สุดในซ่างจิง
ตัวอาคารโบราณภายนอกดูเรียบขรึม ไม่โอ้อวด ทว่าทุกรายละเอียดกลับเผยให้เห็นถึงความฟุ่มเฟือยขั้นสุด
เจียงเซียวก้าวเท้าสบาย ๆ กำลังจะพาทั้งสองเข้าไป แต่กลับถูกยามในชุดดำด้านหน้าประตูห้ามไว้
“ขออภัยคุณผู้ชาย คืนนี้หยงสี่เก๋อต้อนรับแขกวีไอพี ไม่เปิดให้บุคคลภายนอกชั่วคราว”
“เราแค่จะเข้าไปหา…”
“กรุณาออกไปเดี๋ยวนี้”
เจียงเซียวรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เขย่าคอเสื้อ สายตามองผ่านลานจอดรถอย่างไม่ตั้งใจ
เมื่อเห็นภาพเงาคาร์บอนสุดเท่ของบูกัตติสีดำคันหนึ่ง จิตใจที่ร้อนรนก็เย็นลงทันที
มิน่าล่ะคืนนี้หยงสี่เก๋อไม่เปิดให้บุคคลภายนอก แขกคนนี้สมควรแล้วจริง ๆ
เจียงเซียวหันหลังเดินไปทางปอร์เช่
“วางใจเถอะ คืนนี้ไม่มีใครกล้าทำอะไรที่นี่ กลับไปรอกันเถอะ”
ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วเดินตามเขาไป
ตอนนี้ก็ยังติดต่อหลินซูเหอไม่ได้ หยุนเหมี่ยวลองโทรหารุ่นพี่อีกครั้ง
คราวนี้โทรติดแล้ว เสียงรุ่นพี่ที่พยายามข่มกลั้นดังมา
“ฉันจัดการให้เธออยู่…ห้องส่วนตัวข้าง ๆ…อืม…”
“ตอนออกไป…ลืมเรียกเธอแล้ว…พี่…อย่า…”
ในลำโพง เสียงแหบพร่าของผู้ชายดังแว่วมาแต่ไกล “อยู่นิ่ง ๆ!”
หยุนเหมี่ยวเข้าใจขึ้นมา ใบหน้าน้อยแดงก่ำ “ปึก” แล้ววางสายทันที
เซี่ยซีซีที่แอบฟังอยู่ก็ไม่ดีไปกว่ากัน รีบเปลี่ยนเรื่อง
“เหมี่ยว เธอ เธอ ๆ…หน้าตาน่าเอ็นดู ไม่งั้นเธอไปลองพูดกับยามดูสิ เผื่อเขาจะให้เราเข้าไป”
ทันทีที่พูดจบ เจียงเซียวก็หันหลังกลับมามองหยุนเหมี่ยวตั้งแต่หัวจรดเท้า
วันนี้หยุนเหมี่ยวสวมเสื้อคาร์ดิแกนสีฟ้าอ่อน จับคู่กับกระโปรงยาวสีขาวนวล
ผมดำยาวประบ่าถูกรวบหลวม ๆ ไว้ด้านหลัง ประกอบกับใบหน้าน้อยขาวใสสะอาดสะอ้าน ทำให้ทั้งตัวดูสะอาดบริสุทธิ์ เรียบร้อยและสวยงาม
เจียงเซียวยิ้มอย่างพอใจ “อยากเข้าไปจริงเหรอ”
“ค่ะ” ทั้งสองรีบพยักหน้า
“ได้”
เจียงเซียวกระดิกคางไปทางหยุนเหมี่ยว
“เธอปลอมเป็นแฟนของเชิ่งอวี้เหนียน พาเราไปลองเสี่ยงโชคดู เผื่อยามจะปล่อยเราเข้าไปเลย”
ประโยคนี้ข้อมูลเยอะไปหน่อย หยุนเหมี่ยวต้องใช้เวลาคิดตาม
จู่ ๆ เซี่ยซีซีก็มองเจียงเซียวอย่างตกใจ
“งั้นแขกวีไอพีที่นี่วันนี้คือเชิ่งอวี้เหนียนเหรอ”
“ใช่”
“แล้วนายล้อเล่นอะไรรึเปล่า ใครกล้าปลอมเป็นแฟนเชิ่งอวี้เหนียน”
“ยามก็คิดแบบนั้นแหละ”
“ขอถามหน่อย…” หยุนเหมี่ยวคิดตามเสร็จแล้ว ยกมือขึ้นเงียบ ๆ “เชิ่งอวี้เหนียนเป็นใครเหรอ”
ทั้งสองมองเธออย่างไม่อยากเชื่อ ราวกับมองมนุษย์ต่างดาว
เซี่ยซีซีหยิบมือถือขึ้นมาเปิดเครื่องมือค้นหา เลื่อนหาภาพข่าวหนึ่งส่งมาตรงหน้าเธอ
“ผู้นำตระกูลสูงสุดอันดับหนึ่งแห่งซ่างจิง เชิ่งอวี้เหนียน”
หยุนเหมี่ยวเอียงคอมอง
หน้าเครื่องบินส่วนตัวลำหนึ่ง ชายร่างสูงใหญ่กำลังเดินลงจากบันได ชุดสูทที่เรียบเนี้ยบห่อหุ้มสัดส่วนช่วงไหล่และเอวที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ
สายตาเย็นชาของชายหนุ่มทอดลงต่ำ ไม่เห็นอารมณ์ใด ๆ เกินเลย
ภายใต้แสงตะวันยามบ่ายที่กำลังแรง ใบหน้าคมเข้มของผู้ชายคนนี้ดูโดดเด่นและหล่อเหลาเป็นพิเศษ
คนนี้…หล่อจริง ๆ แต่รัศมีก็แรงเกินไป
แค่มองครั้งเดียว หยุนเหมี่ยวก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก นับประสาอะไรจะปลอมเป็นแฟนเขา
การสนทนาของเซี่ยซีซีและเจียงเซียวยังดำเนินต่อ
“ตามที่นายพูดเมื่อกี้ โอกาสที่ยามจะปล่อยเราเข้าไปเลยน้อยมากเลยนะ”
“โอกาสน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีเลย”
“แล้วถ้าพลาดล่ะ”
“พลาดก็ถอยไง เชิ่งอวี้เหนียนอยู่ข้างใน ยามเครียดกว่านายอีก อย่างมากก็แค่ไล่เราออกไป”
หยุนเหมี่ยวมองท่าทางที่พวกเขาถกเถียงกันอย่างจริงจัง แล้วกล้ำกลืนคำว่า “ฉันไม่กล้า” ลงคอ
เอาวะ อย่างมากก็แค่ถูกไล่ไป
ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งสามกลับมาที่ประตูหยงสี่เก๋ออีกครั้ง
หยุนเหมี่ยวยืนอยู่ข้าง ๆ ยามที่สีหน้าเย็นชา แล้วพูดตรง ๆ
“สวัสดีค่ะ ฉันมาหาเชิ่งอวี้เหนียน”
ยามหันมามอง
เขาทำงานที่หยงสี่เก๋อมาหลายปี ได้ยินผู้คนเรียกท่านผู้นั้นว่า ประธานเชิ่ง คุณเชิ่ง ท่านเชิ่งชี มากกว่า ส่วนผู้ที่เรียกชื่อตรง ๆ มีน้อยเหลือเกิน
“ขอถามหน่อย คุณเป็นอะไรกับคุณเชิ่งครับ”
ในใจหยุนเหมี่ยวตื่นเต้น แต่สีหน้ากลับเรียบเฉย
“ฉันเป็นแฟนของเชิ่งอวี้เหนียนค่ะ”
ความประหลาดใจฉายบนใบหน้ายามอย่างปิดไม่มิด
แม้ว่าจะยังไม่แน่ใจในตัวตนของเธอ แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับคุณเชิ่ง เขาไม่กล้าที่จะละเลยเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไม่กล้าประมาท
“ขอโทษครับคุณผู้หญิง คุณเชิ่งชอบความสงบ เราไม่สะดวกไปรบกวน คุณสามารถติดต่อเขาเป็นการส่วนตัวได้ เมื่อเราได้รับคำสั่งแล้ว จะพาคุณไปทันที”
“เราเข้าไปเองดีกว่าค่ะ”
“นี่…”
หยุนเหมี่ยวเห็นเขาลังเล กำลังจะพูดอะไรอีก แต่กลับเห็นยามมองไปด้านหลังเธออย่างเคารพ
“ผู้ช่วยสวี่ ดีจังที่คุณมา ที่นี่มีสุภาพสตรีคนหนึ่ง อ้างว่าเป็นแฟนของคุณเชิ่งครับ”
หยุนเหมี่ยวหันหลังกลับทันที
มองตามสายตาของยามไป ก็เห็นชายร่างโปร่งสูงคนหนึ่งกำลังเดินมาจากทางลานจอดรถ
ในฝ่ามือของเขาถือโทรศัพท์มือถือ ดูเหมือนว่าเพิ่งวางสายมา
ใจของหยุนเหมี่ยวกระตุกวูบขึ้นมาที่ลำคอทันที
เจียงเซียวจำคนนี้ได้ รีบพูดเบา ๆ “ไปเถอะ ไปเถอะ”
ทั้งสามเพิ่งก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว ชายคนนั้นก็เดินเข้ามายืนตรงหน้าหยุนเหมี่ยว
“สวัสดีครับ ผมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณเชิ่ง ชื่อสวี่ชวน เชิญด้านในครับ”
เหงื่อเย็น ๆ ไหลซึมจากฝ่ามือของหยุนเหมี่ยว
แย่แล้ว
เมื่อกี้วางแผนกันตั้งนาน ไม่นึกเลยว่าจะเจอแบบนี้
แล้วดูจากท่าทีของคนตรงหน้านี้ เหมือนว่าจะให้เธอเข้าไปคนเดียว
เจียงเซียวเห็นเธอทำตัวไม่ถูก จึงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
“ผู้ช่วยสวี่ คืนนี้คุณเชิ่งคงยุ่งมาก พวกเราไม่เข้าไปรบกวนดีกว่า”
สวี่ชวนไม่มองเขา สายตายังคงจับจ้องที่หยุนเหมี่ยว
“คุณเชิ่งไม่ยุ่งครับ”