เจียงจืออวี่เปิดประตูรั้วบ้านตัวเอง ก็เห็นมันเทศครึ่งกระสอบวางอยู่หน้าประตู เธอกำลังสงสัย เสียงป้าหวังบ้านข้าง ๆ ก็ดังมา “เยาวชนผู้มีการศึกษาเจียง นี่มันเทศที่บ้านเราปลูกเอง ไม่ได้มีราคาอะไร แต่เอาไปต้มกินเองแล้วหวานมากนะ”
เจียงจืออวี่ไม่ได้ปฏิเสธ เธอรู้ดีว่าในยุคนี้ธัญพืชหยาบมีค่ามากแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อวานเธอให้ขนมเถาซูและลูกอมนมกับป้าหวัง จนอีกฝ่ายรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง “ขอบคุณค่ะป้าหวัง ป้าเกรงใจเกินไปแล้ว” เจียงจืออวี่ยิ้มพลางรับมันเทศมา
เธอเก็บมันเทศเข้าไปในมิติ ก่อนนำออกมาสองสามหัว แล้วเริ่มก่อไฟนึ่งมันเทศ ปล่องควันบ้านควรมีควันลอยออกมาบ้างถึงจะดูเป็นปกติ เธอนึ่งมันเทศทั้งหมด 4 หัว กินไป 2 หัว ส่วนที่เหลือก็รีบเก็บเข้าไปในมิติทั้งที่ยังร้อน
ปิดประตูรั้วแล้ว เจียงจืออวี่ก็เดินเข้าไปในหมู่บ้าน เธออยากรู้ว่าเมื่อคืนหมีดำคนนั้นลงมือสำเร็จหรือเปล่า ทางไปสำนักงานกองผลิตต้องผ่านบ้านพักเยาวชนผู้มีการศึกษา เจียงจืออวี่จึงทำทีเดินผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ
“เจียงจืออวี่! เจียงจืออวี่!” จางชงเห็นเธอแต่ไกล ก็ร้องเรียกอย่างกระตือรือร้น
เจียงจืออวี่เงยหน้ามองเขา แสร้งทำเป็นประหลาดใจ “จางชง ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ?”
“พวกเรามาอยู่ในหมู่บ้านตั้งหลายวันแล้ว ฉันคิดถึงเธอแทบแย่!” จางชงวิ่งเข้ามาคล้องแขนเจียงจืออวี่ “สองวันนี้เธอก็ไม่ได้ไปทำงานด้วยกันกับพวกเราเลย ว่าแต่วันนั้นที่เธออัดลูกชายคนรองตระกูลหลิวซะน่วม เท่มากจริง ๆ ฉันนับถือเธอสุด ๆ!”
จางชงพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด ราวกับมีเรื่องให้พูดได้ทั้งวัน ระหว่างนั้นก็ลากเจียงจืออวี่ไปทางบ้านพักเยาวชนผู้มีการศึกษา เธอทำทีเหมือนจนใจ ก่อนจะถูกลากเข้าไปด้านใน
พอเข้าไปก็เห็นเจี่ยงเหวินเหวินคลุมโปงนอนอยู่ เจียงจืออวี่มองจางชงเป็นเชิงถาม เขาก็เข้าใจทันที จึงก้มมากระซิบข้างหูเธอ ทั้งที่เสียงดังจนทุกคนได้ยิน “เมื่อคืนมีใครบางคนไม่รู้ว่าออกไปทำอะไร กลับมาก็ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว เสื้อผ้าก็ขาด ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง ร้องไห้กระซิก ๆ ไม่รู้ว่าหกล้มมาหรือว่า...”
