บทที่ 5 กล้องวงจรปิด
ก่อนหน้านี้ ต่อให้จิ่นฉือหานต้องออกไปทำงานต่างถิ่น เขาก็ไม่เคยโทรวิดีโอคอลหาฉันเลย
หรือว่าโทรศัพท์ที่โจวอี๋โทรไปหาชู้รักในฐานะพนักงานบริการ จะทำให้จิ่นฉือหานเกิดความสงสัย?
เพราะฉันเคยแนะนำให้โจวอี๋รู้จักกับจิ่นฉือหาน เขารู้ว่าโจวอี๋ทำงานอะไร
เหงื่อเย็นผุดพรายบนหน้าผาก ตัวฉันอยู่ในห้องทำงานของโจวอี๋ ทันทีที่รับวิดีโอคอลนี้ ความลับก็จะแตกทันที
หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก ฉันได้แต่ไม่รับไปก่อน แล้วเร่งฝีเท้าออกจากร้าน
ไม่นานนัก วิดีโอคอลก็ตัดสายไปเองเพราะไม่ได้รับเกินเวลา
วินาทีต่อมา จิ่นฉือหานก็โทรกลับมาอีก!
ในขณะที่ฉันกำลังไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ได้ยินเสียงไก่ขันแว่วมา
ฉันมองตามเสียงไป ก็พบว่ามีตลาดสดอยู่ไม่ไกล ตรงหน้ามีแม่ค้าขายไก่เป็น
ตาฉันเป็นประกาย รีบวิ่งไป ปรับจังหวะหายใจให้สงบลงแล้วรับวิดีโอ
"คุณภรรยา ไม่อยู่บ้านเหรอ?"
บนหน้าจอ จิ่นฉือหานจ้องมองฉันอย่างพินิจพิเคราะห์
"อยู่ตลาดน่ะ กำลังซื้อกับข้าว วันนี้จะต้มซุปไก่ให้กิน" ฉันยิ้มแล้วพลิกกล้องให้เขาดู พลางถามแม่ค้าด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาติ "ไก่ขายยังไงคะ?"
แม่ค้าตอบ "เลี้ยงเอง 50 หยวนต่อชั่ง แล่ให้ด้วย"
ฉันพลิกกลับมาที่กล้องหน้า ถามจิ่นฉือหานด้วยความสงสัย "สามี มีอะไรหรือเปล่า?"
"ไม่มีอะไร เพิ่งทำงานเสร็จ จู่ ๆ ก็นึกถึงคุณขึ้นมา" จิ่นฉือหานไม่สงสัย คงเพราะเสียงไก่ที่ดังเซ็งแซ่ทำให้เขาไม่พอใจ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย "คราวหน้าซื้อกับข้าวที่ซูเปอร์มาร์เก็ตสะอาด ๆ เถอะ"
ฉันหัวเราะเยาะอยู่ในใจ
เขาช่างสูงส่งนัก ตัวเองยังไม่สะอาด ยังจะมีหน้ามารังเกียจว่าตลาดสดสกปรก
"ได้ค่ะ ตามที่คุณว่าทุกอย่าง"
ฉันแสร้งทำเป็นว่าง่าย วางสายวิดีโอ แล้วบอกแม่ค้า "เอาในกรงทั้งสองตัวเลยค่ะ"
แม่ค้าดีใจมาก เตือนฉัน "น้องสาว ถอยออกไปหน่อยนะ ตอนเชือดไก่มันจะดิ้นแรง อย่าให้มันทำให้ตกใจ"
ฉันยืนนิ่งไม่ขยับ ยิ้มให้เธอเล็กน้อย "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนนั้นค่าเทอมของหนู ก็หาได้จากการรับจ้างเชือดไก่ในตลาดสดนี่แหละ"
แม่ค้าทำงานคล่องแคล่ว ไม่นานก็จัดการไก่ทั้งสองตัวจนสะอาดหมดจด
ฉันถือกลับไปที่ร้าน ให้โจวอี๋ตัวหนึ่ง ให้เธอกลับไปตุ๋นน้ำซุป
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย พวกเราทำงานพิเศษด้วยกัน เธอกินข้าวไม่เป็นเวลาเลยเป็นโรคกระเพาะ
โจวอี๋กำพร้าทั้งพ่อแม่ ต่อสู้ดิ้นรนในเมืองหลวงคนเดียว ฉันสงสารเธอมาก
"กล้องวงจรปิดตัวนี้มองเห็นได้กว้างและคมชัดสูง ฉันตั้งค่าไว้ให้แล้ว กลับไปใช้ได้เลย"
โจวอี๋ส่งกล้องขนาดเท่าหัวแม่มือให้ฉัน บอกรายละเอียดวิธีใช้ให้ฟัง ก่อนออกจากบ้านเธอกอดฉันแน่น "จื่อจื่อ กลับไปแล้วระวังตัวให้มาก ถ้ามีอะไรผิดปกติ อย่าลืมโทรหาฉันหรือแจ้งตำรวจนะ!"
ฉันพยักหน้า รู้สึกอบอุ่นในใจ
ถือโอกาสที่จิ่นฉือหานยังไม่กลับบ้าน ฉันติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ในมุมอับของห้องทำงาน
จากสถานการณ์สองสามครั้งก่อน จิ่นฉือหานมอมเหล้าฉันแล้ว ไม่ได้อยู่ในห้องนอนนาน แต่ตรงไปที่ห้องทำงานแล้วโทรศัพท์คุยกับชู้รัก
ขอแค่ฉันคอยเฝ้าดูและดักฟัง ก็อาจจะพบร่องรอยจากการสนทนาของพวกเขา
ค่ำนั้น ฉันกินยาแก้แฮงค์ล่วงหน้า อ้อนขอเหล้าดื่มกับเขาเอง
"ไม่เชื่อหรอกว่าจะเมาทุกครั้ง ฉันต้องฝึกให้คอแข็งได้แน่!"
"ดี งั้นครั้งนี้ผมจะผสมเหล้าผลไม้ให้" จิ่นฉือหานยิ้มด้วยความเอ็นดู ไม่นานก็ผสมเหล้าผลไม้ได้สองแก้ว
ไม่รู้ว่าเขาจงใจทดสอบฉันหรือเปล่า ลืมใส่เหล้าโดยตั้งใจ คราวนี้เหล้าผลไม้กลับไม่มีกลิ่นแอลกอฮอล์เลย มีแต่รสหวานของน้ำผลไม้
ฉันดื่มหมดในรวดเดียว
"รู้สึกยังไงบ้าง?" จิ่นฉือหานถามฉันอย่างมีเลศนัย
ฉันโพล่งออกมา "อร่อยดีค่ะ ครั้งนี้เหมือนจะไม่เมาเลย"
จิ่นฉือหานยิ้ม แต่ไม่พูดอะไรอีก ได้แต่มองฉันไม่วางตา
ฉันโดนสายตาแปลก ๆ นั่นจ้องจนขนลุก พยายามทำอะไรบางอย่างเพื่อกลบเกลื่อนความไม่สบายใจ ลุกขึ้นจะไปวางแก้วเปล่า แต่ขากลับอ่อนยวบ
หัวเกิดอาการวิงเวียน ต่อมา โลกก็เริ่มหมุนไม่หยุด
ฉันหลับตา ร่วงลงพื้นอย่างควบคุมไม่ได้
จิ่นฉือหานเข้ามากอดฉัน อุ้มฉันไปวางบนเตียง
ความคิดฉันยุ่งเหยิง คิดเรื่อยเปื่อยว่าฤทธิ์เหล้าผลไม้จะมากขนาดนี้เลยหรือ?
รู้งี้เมื่อกี้ไม่น่าดื่มเร็วนัก
"คุณภรรยา?" จิ่นฉือหานเรียกฉันเบา ๆ
คงเป็นเพราะฉันกินยาแก้แฮงค์ล่วงหน้า เลยประคองสติไว้ได้อีกไม่กี่วินาที
จิ่นฉือหานตบแก้มฉันเบา ๆ แล้วลองเรียก "คุณภรรยา" อีกสองสามครั้ง
เห็นฉันไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา โทรออก "ผมใส่ยานอนหลับในเหล้าเธอแล้ว คุณมาได้แล้วตอนนี้"