ฉันยืนอยู่หน้าต่างชั้นสองอยู่พักหนึ่ง เห็นผู้หญิงคล้องแขนผู้ชายเดินออกไปก่อน ฝีเท้ามั่นคงราวกับเป็นฝ่ายชนะศึกครั้งนี้ไปแล้ว
ผู้ชายเดินตามอยู่ข้าง ๆ ก้มหน้า ไหล่ห่อลงเล็กน้อย ดูหมดเรี่ยวแรงไปทั้งตัว ก้าวเท้าเนิบช้าอย่างอืดอาด
ทั้งคู่เลี้ยวตรงสุดทางเดิน แล้วหายลับไปทางประตูใหญ่
ฉันหันหลังลงบันได เดินไปถึงหน้าห้องไกล่เกลี่ยแล้วโผล่หน้าเข้าไปครึ่งหนึ่ง
จางจิ้งหวนกำลังนั่งเก็บเอกสารบนโต๊ะ เขาสวมปลอกปากกาแล้วปิดสมุดบันทึกการไกล่เกลี่ย
“เรียบร้อยแล้วเหรอ?” ฉันเดินเข้าไป
จางจิ้งหวนเงยหน้ามองฉัน ก่อนส่ายหัวด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ “สุดท้ายผู้ชายก็เขียนหนังสือรับรองว่าจะไม่มองผู้หญิงคนอื่นอีกต่อไป”
“หา?” ฉันชะงักไป “เขียนจริง ๆ เหรอ?”
“ไม่เขียนก็ไม่ได้” จางจิ้งหวนเก็บสมุดบันทึกลงลิ้นชัก “ผู้หญิงนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นตั้งชั่วโมงกว่า บอกว่าถ้าไม่เขียนหนังสือรับรอง วันนี้ก็จะไม่ยอมกลับ ผู้ชายคงโดนเธอป่วนจนหมดทางเลือก เลยเขียนให้”
ฉันนั่งลงตรงข้ามเขา อดส่ายหน้าไม่ได้ “ผู้ชายคนนี้น่าสงสารจริง ๆ ดันได้แฟนสาวขี้หึงแบบหมกมุ่น ต่อไปคงมีเรื่องให้ทนอีกเยอะ”
“นั่นสิ” จางจิ้งหวนลุกขึ้น ปัดกางเกงทั้งที่ไม่มีฝุ่นติดอยู่ “ฉันยังต้องไปเขียนบันทึกการไกล่เกลี่ยอีก เธอจะไปถ่ายทอดสดที่กองบังคับการตอนบ่ายใช่ไหม?”
“อืม” ฉันพยักหน้า “กินข้าวเสร็จก็ไปเลย”
“งั้นฉันต้องดูแล้วล่ะ” จางจิ้งหวนพูดต่อ “เออ เย็นนี้ถ้าว่างไปกินข้าวด้วยกันนะ แฟนฉันบอกว่าอยากเจอสาวสวยคนดังอย่างเธอด้วยตัวเอง”
ฉันชะงักไป ก่อนตอบว่า “ได้สิ”
หลังมื้อเที่ยง ฉันสวมเสื้อคลุมสีเข้มทับชุดเครื่องแบบไว้จนมิด ขี่สกูตเตอร์ไฟฟ้าคันเล็กมุ่งหน้าไปยังกองบังคับการ
ลมพัดปะทะหน้า ทำให้ผมยุ่งเล็กน้อย ฉันหรี่ตา ขี่รถไปข้างหน้าเรื่อย ๆ ด้วยความเร็วพอดี
