ซินอี้ไม่รู้ว่าต้องเดินทางอีกไกลแค่ไหนกว่าจะถึงเกาะกลางทะเลสาบ จึงทำได้เพียงเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุด และพยายามไปให้ถึงก่อนฤดูกาลหน้า
วันที่สามหลังฤดูฝนสิ้นสุดลง แสงแดดเจิดจ้า ในที่สุดซินอี้ก็มาถึงเกาะกลางทะเลสาบ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกดึงเข้าไปในดันเจี้ยนกะทันหัน ช่วงหลายวันมานี้เธอจึงพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายในป่าโดยตรง กลัวว่าจะเกิดเรื่องแบบแมงมุมแปดตาคราวก่อนอีก
ตอนนี้ซินอี้ยืนอยู่หน้าเกาะกลางทะเลสาบ ขนนกในมือสั่นไหวเบา ๆ เป็นสัญญาณว่าเธอมาถึงจุดหมายแล้ว
ผืนน้ำในทะเลสาบทอดตัวอยู่ใต้แสงแดดยามบ่าย เรียบนิ่งราวกับกระจกเก่าที่ถูกลืมเลือน
ทะเลสาบไม่ใหญ่ เดินเลียบฝั่งวนรอบหนึ่งคงใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม น้ำเป็นสีฟ้าใส ส่วนที่อยู่ใกล้ฝั่งมองเห็นก้อนกรวดกับทรายละเอียดใต้ผิวน้ำ
เธอเดินเลียบฝั่งไปได้สักพัก ก็พบทางสายเล็กที่ทอดไปยังใจกลางทะเลสาบ แท้จริงแล้วเป็นเพียงแถวหินสีอ่อนที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา หินแต่ละก้อนเว้นระยะห่างไม่เท่ากัน เรียงจากริมฝั่งไปจนถึงกลางทะเลสาบ
ซินอี้เหยียบหินกระโดดข้ามไป เกาะกลางทะเลสาบมีขนาดใหญ่กว่าที่เธอมองเห็นจากฝั่งเล็กน้อย บนเกาะปกคลุมด้วยหญ้าเตี้ยและเถาวัลย์เลื้อยพัน รอบขอบเกาะมีพุ่มไม้สีเขียวเข้มขึ้นเป็นหย่อม ๆ
เธอยืนอยู่กลางเกาะกลางทะเลสาบ กวาดตามองรอบหนึ่ง แต่ไม่เห็นเงาคางคกเลย บนดินเลนใกล้ริมน้ำมีรอยตื้น ๆ อยู่หลายรอย ดูไม่ออกว่าเป็นรอยของอะไร เธอเดินต่อไปอีกสองสามก้าว เลี่ยงพุ่มไม้เตี้ยต้นหนึ่ง แล้วก็ชะงักฝีเท้า
