“วันนี้จะสู้แบบเมื่อวานต่อไปไม่ได้แล้ว” เลี่ยเฟิงเอ่ย เสียงแหบกว่าวันก่อนเล็กน้อย “ความเร็วในการผลัดกันเข้าโจมตีของพวกเราอาจไม่ทันการฟื้นฟูพลังชีวิตของมัน อย่าลืมว่าบอสยังไม่ได้เข้าสู่โหมดคลุ้มคลั่งเลย ฉันเสนอให้พวกเราบุกพร้อมกัน ใช้ความเสียหายต่อเนื่องขัดจังหวะการฟื้นฟูของมัน”
เกาหลินไม่ได้เห็นด้วยทันที เธอมองแถบพลังชีวิตบนผิวหน้าของวังวนลม “ถ้าเน้นโจมตีต่อเนื่องก็สิ้นเปลืองพลังงานมากเกินไป แถมพายุตอนนี้ยังเคลื่อนที่อยู่ โจมตีระยะประชิดได้ยาก พวกเรามีคนที่ถนัดโจมตีระยะไกลแค่สาวน้อยจิ้งจอกกับ...ลุงคนนั้น”
ซินอี้เดาว่าประโยคสุดท้ายที่เกาหลินกลืนกลับลงคอไปคงเป็น ‘ไอ้ผู้ชายขี้อวด’
ลูกประคำที่ซ่างซ่านรั่วสุ่ยพกติดมือเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยทั้งป้องกันและโจมตี เขาเคยใช้มันไปแล้วในรอบก่อน
การสิ้นเปลืองพลังงานมากเกินไปก็เป็นปัญหาจริง ๆ ทุกคนจึงเงียบกันไปชั่วขณะ
เลี่ยเฟิงกำหมัดแน่น “ฉันสู้ระยะประชิด ขอแค่มันหยุด ต่อให้แค่ 2 วินาที ฉันก็ซัดมันได้สักหมัด”
“ไม่ได้” หว่านเฟิงตอบอย่างหนักแน่น “หลังเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งครึ่งขั้น การเคลื่อนที่ของมันจะสุ่ม ไม่มีจุดลงหลักแน่นอน โจมตีระยะประชิดในสถานการณ์แบบนี้ยากมาก เว้นแต่จะมีใครชะลอความเร็วของมันได้”
สายตาของทุกคนหันไปหาซินอี้พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เธอถนัดโจมตีระยะไกลและฝีมือก็ไม่เป็นที่กังขา
ซินอี้กำลังย่อตัวอยู่กับพื้น ผูกชายผ้าคลุมให้แน่น เธอกลัวว่าถ้าไม่ผูกไว้ให้ดี ตอนสู้มันจะปลิวจนพาเธอลอยตามไปด้วย พอรู้สึกได้ว่าสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ตัวเอง เธอก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันตัดความเร็วของมันได้ แต่ต้องมีคนช่วยโจมตีใส่มันให้เต็มกำลังตอนที่ฉันแทรกเข้าไป”
