เจียงเหยียนรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที หัวใจก็เต้นเร็วขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ รู้สึกแปลก ๆ ราวกับถูกเพื่อนเก่าสมัยเรียนเห็นเรื่องส่วนตัวเข้า
แถมยังมีความรู้สึกต้องห้ามปนอยู่นิด ๆ
ถ้าเป็นคนแปลกหน้า บางทีอาจไม่รู้สึกแบบนี้ แต่ดันเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลาย คนที่เคยสนิทกันมาก่อน... ถึงอย่างนั้นก็เป็นเรื่องสมัยเรียนแล้ว ไม่เหมือนตอนนี้
ความรู้สึกเหมือนเพื่อนที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก จู่ ๆ วันหนึ่งพอโตขึ้นก็ได้เห็นอีกฝ่ายในสภาพเปลือยกาย
ถึงจะไม่ใช่เพื่อนที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก เป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายเท่านั้น
แต่ความรู้สึกก็เหมือนกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนั้นเธอไม่ได้สวมชุดชั้นในเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ท่อนล่างก็ใส่แค่กางเกงในตัวเดียว
โชคดีที่กางเกงในของเธอส่วนใหญ่เป็นแบบธรรมดา มีอยู่แค่หนึ่งหรือสองตัวที่ซื้อมาเพราะความอยากรู้อยากเห็น เป็นแบบที่ค่อนข้างเซ็กซี่
โชคดีอีกอย่างคือกางเกงในที่เฉินกวนเห็นไม่ใช่แบบเซ็กซี่ที่เธอแทบไม่เคยใส่
ไม่อย่างนั้น ถ้าบังเอิญเธอใส่แบบเซ็กซี่อยู่พอดี แล้วเฉินกวนดันเห็นเข้า ไม่รู้เขาจะคิดกับเธอยังไง
เจียงเหยียนส่ายหน้า สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว
เพราะเธอเดาไม่ออกว่าคำพูดของเฉินกวนเป็นการบอกใบ้ว่าเธอหน้าอกใหญ่หรือเปล่า... เธอจึงไม่รู้จะรับมุกยังไง
แน่นอนว่า ด้วยนิสัยของเธอ ต่อให้รู้ก็ไม่รับมุกอยู่ดี
ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นพูดกับเธอแบบนี้ เธอคงรู้สึกรังเกียจ มองว่าอีกฝ่ายไม่มีมารยาทและพูดจาลามก
แต่พอเห็นข้อความที่เฉินกวนส่งมา เธอกลับไม่รู้สึกรังเกียจขึ้นมาเสียอย่างนั้น
‘บางทีเขาอาจไม่ได้หมายความอย่างนั้นก็ได้’
เจียงเหยียนคิดในใจ
ทางด้านเฉินกวนรออยู่หลายสิบวินาที พอเห็นเจียงเหยียนไม่ตอบ เขาก็เริ่มเดาไม่ออกว่าเธอคิดอย่างไร
ถึงอย่างไร คำพูดนั้นของเขาก็เป็นแค่การหยั่งเชิงเท่านั้น
ถ้าเจียงเหยียนยอมรับมุกต่อเหมือนเจียงหลาน... บทสนทนาต่อจากนี้ก็อาจจะเล่นใหญ่ขึ้นอีกหน่อย หยอดเธอสักนิด
แต่ถ้าเจียงเหยียนรู้สึกรังเกียจ เขาก็ยังถอยหรือเดินหน้าต่อได้ทั้งนั้น
