【ตัวเอกเจ้าชู้ สายเพลย์บอย มีผู้หญิงหลายคน ครบทุกประเภท】
【มีทั้งนางเอกสายรักเดียวใจเดียว แล้วก็แนวเมียชาวบ้าน คนมีเจ้าของ ผู้ที่ไม่ชอบโปรดหลีกเลี่ยง】
..
เช้าตรู่ แสงแดดแรกส่องผ่านหน้าต่าง กระทบลงบนเตียงใหญ่ในห้องนอนเป็นดวงด่าง
ในอากาศคละคลุ้งด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์หลังจากเมาค้าง และกลิ่นหอมนมอ่อนๆ ซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของผู้หญิง
“อืม......”
เฉินกวนกุมหัวที่หนักอึ้ง ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ปวดหัว
เขาขยับตัวไปมาโดยไม่รู้ตัว แต่กลับรู้สึกว่าแขนไปแตะเข้ากับอะไรบางอย่างที่เนียนละเอียดและอบอุ่นอย่างน่าตกใจ
‘ใคร?’
ร่างของเฉินกวนแข็งทื่อ รีบหันไปมอง
วินาทีต่อมา รูม่านตาของเขาขยายกว้างขึ้นทันที
ใต้ผ้าห่มผืนบางนุ่มฟู มีหญิงสาวรูปร่างเพรียวงามนอนตะแคงอยู่
ใบหน้ารูปไข่ คิ้วโค้งเรียวงาม ตอนนี้หลับลึก ผมยาวดั่งสาหร่ายทะเลกระจายยุ่งเหยิงบนหมอน เผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างที่งดงามเกินเหตุ
“เจียงเหยียน?”
เฉินกวนหรี่ตา รีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง
เจียงเหยียน สมัยมัธยมปลาย เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่สวยที่สุดในห้อง
ถ้าจะให้พูดให้สวยหรูหน่อยก็คือ—ดอกไม้ประจำห้อง!
แต่จริงๆ แล้วสมัยมัธยมไม่มีใครเรียกดอกไม้ประจำห้อง ดอกไม้ประจำโรงเรียน เป็นแค่ที่รู้กันว่าสวย เป็นคนที่หลายคนแอบชอบ
ตอนนี้เธออายุยี่สิบห้าเศษแล้ว หมดความเขินอายแบบเด็กสาวไป สะพรั่งไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนขี้เกียจทั้งร่าง
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ผ้าห่มคลุมเรือนร่างเธอไว้เพียงบางส่วน เธอยังมีขาข้างหนึ่งอยู่นอกผ้าห่ม หนีบผ้าห่มนอนตะแคงอยู่ เฉินกวนจึงเห็นภาพตรงขอบผ้าห่มได้อย่างชัดเจน
เจียงเหยียนสวมแค่กางเกงชั้นในบางๆ ตัวเดียว
แต่ไม่ใช่แบบเซ็กซี่อะไร เป็นกางเกงชั้นในผ้าฝ้ายสีขาวเอวต่ำ มีโบผ้าผูกประดับอยู่ข้างเอว
จะว่าเรียบร้อยก็ไม่ใช่ แต่ก็ไม่โป๊แน่นอน
ถึงแม้ท่อนบนจะถูกผ้าห่มคลุมไว้ แต่เขามั่นใจได้ว่าไม่มีอะไรเลย
เพราะบราเธอวางทิ้งเกะกะอยู่ข้างหมอนนั่นไง
เวร!
เห็นแบบนั้น เฉินกวนก็รู้สึกเสียววาบที่หนังศีรษะ วูบหนึ่งเขารีบก้มมองตัวเอง
ดีหน่อย เสื้อผ้าพร้อมสรรพ
“ผมกับเธอ...มานอนเตียงเดียวกันได้ยังไง?”
เฉินกวนยังมึนๆ งงๆ ปวดหัวนิดหน่อย
สมองที่ยังไม่หายเมาค้างเริ่มทำงานอย่างยากลำบากและบ้าคลั่ง เศษความทรงจำเมื่อคืนต่อกันเป็นฉากๆ ดั่งภาพยนตร์
ใช่แล้ว เขาย้ายกลับมาคุมบริษัทสาขาที่บ้านเกิดนี่นา เมื่อวานไปงานแต่งเพื่อนมัธยมมาพอดิบพอดี
หลังงานแต่ง เพื่อนมัธยมที่สนิทกันสองสามคนก็จัดงานต่อรอบสอง
ไม่รู้ว่าใครส่งข้อความในกลุ่มมัธยมที่เงียบมานานไป เพื่อนเก่าที่อยู่บ้านเกิดก็เลยทยอยตามมาอีกเรื่อยๆ จนกลายเป็นงานเลี้ยงรุ่นที่หากันยาก
เจียงเหยียนก็มาด้วย ในคาราโอเกะ ทุกคนชนแก้วกัน ร้องเพลงกันสุดเสียง ดื่มกันจนค่อนข้างเมา
ตอนงานเลิก เขาถึงเพิ่งรู้ว่าเจียงเหยียนที่แต่งงานมีครอบครัวแล้วตอนนี้ ดันอยู่หมู่บ้านติดกับบ้านพ่อแม่เขา ระหว่างนั้นมีแค่ร้านค้าชั้นล่างคั่นอยู่
ทุกคนก็เมาได้ที่กันแล้ว เฉินกวนกับเธอเลยนั่งรถคันเดียวกัน
ก็เลยตีหนึ่งตีสองแล้ว ในแง่หนึ่งก็คิดว่าส่งเธอกลับบ้านไปด้วยกัน จะได้ปลอดภัยหน่อย
อีกแง่หนึ่ง...ไม่มากก็น้อยก็ใจเต้นนิดๆ!
แต่ผลก็คือ...ทั้งคู่เกือบแบล็กเอาต์ไปแล้ว ฤทธิ์แอลกอฮอล์ขึ้นหัว เข้าห้องมายังไง ล้มลงบนเตียงนี้ยังไง จำไม่ชัดเลยด้วยซ้ำ
แต่เฉินกวนมั่นใจมาก เมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน
เรื่องที่ว่าเมาแล้วเสียคนน่ะ อย่างน้อยคนต้องมีสติ ต้องมีแรงขยับตัวได้ก่อน
ก็แค่อาศัยฤทธิ์เหล้า ใจกล้าขึ้น ความยับยั้งชั่งใจน้อยลง ขยายแรงกระตุ้นที่เก็บกดไว้ในก้นบึ้งของหัวใจออกมาไม่สิ้นสุดเท่านั้นเอง
แต่ตอนนั้นเขาดื่มจนชาไปหมดแล้ว เจียงเหยียนก็ไม่ดีไปกว่ากัน
อย่าว่าแต่จะทำอะไรผิดกม.หรือผิดศีลธรรมเลย แค่ปีนขึ้นเตียงนอนแผ่หราได้ ก็ถือว่ากระดูกแปลกประหลาดแล้ว
‘เมื่อคืนไม่น่าดื่มเยอะขนาดนั้นเลย’
เฉินกวนรู้สึกเสียใจ
ตอนนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดความเงียบในห้อง
เฉินกวนตกใจ
เจียงเหยียนบนเตียง เดิมทีนอนหลับสนิท เสียงโทรศัพท์ปลุกให้เธอส่งเสียงอืออาในลำคอด้วยความงัวเงีย เธอเอื้อมแขนกลมเหมือนท่อนบัวไปคลำหาโทรศัพท์บนโต๊ะหัวเตียงอย่างยากลำบาก แล้วรับสาย
“ฮัลโหล......”
เห็นได้ชัดว่าเธอยังไม่ตื่นดี แม้แต่เสียงยังแหบพร่า
“ที่รัก ตื่นยังจ๊ะ? ฉันแค่จะบอกว่าเดี๋ยวแม่ฉันจะมาเอาเอกสารนะ”
ปลายสายเป็นเสียงผู้ชายคนหนึ่ง ดังชัดเจนเป็นพิเศษในห้องนอนที่เงียบสงัด
‘สามีของเจียงเหยียนเหรอ?’
เฉินกวนกลั้นหายใจทันที
ถ้าเขาจำไม่ผิด ตอนนั้นเจียงเหยียนเรียนจบมหา’ลัย ก็กลับมาอำเภออันหนานเป็นครูอนุบาล
แน่นอน ตอนนี้อำเภออันหนานกลายเป็นเขตอันหนานแล้ว
ได้ยินว่าต่อมาเธอแต่งกับลูกชายบ้านรวยในพื้นที่
ส่วนว่าเป็นใครกันแน่ เฉินกวนไม่รู้เรื่องเลย
“โอเค รู้แล้ว......” เจียงเหยียนตอบอย่างเย็นชา แล้วก็วางสายไป
‘เธอทำกับสามีเย็นชาขนาดนี้เลย?’
เฉินกวนจับความผิดปกติได้ทันที
เจียงเหยียนวางสายแล้ว ขยี้ขมับ พยุงตัวจะลุกขึ้น แต่หางตากลับเหลือบเห็นข้างตัว...เหมือนมีคนอยู่?!
เจียงเหยียนแข็งค้าง หันขวับไป
สี่ตาประสานกัน
เฉินกวนฝืนยิ้มแบบกระอักกระอ่วนแต่ก็สุภาพ: “เฮ้ เพื่อนเก่า อรุณสวัสดิ์......”
“อ๊า......!!”
ดวงตาสวยของเจียงเหยียนเบิกกว้างในบัดดล เสียงกรีดร้องกำลังจะหลุดจากลำคอ แต่เฉินกวนเห็นเร็วกว่า เอื้อมมือไปปิดปากเธอไว้แน่น
“ชู่ว! อย่าร้อง ฟังก่อนนะ...”
เฉินกวนรีบพูด:
“เมื่อคืนเราทั้งคู่เมาจนชาไปหมดแล้ว ไม่มีทางมีแรงทำอะไรเหลวไหลแน่นอน ไม่เชื่อเธอตรวจสอบตัวเองดูก่อนสิ
“แล้วก็ ผมใส่เสื้อผ้า นอนมาทั้งคืน ไม่ได้ถอดรองเท้าด้วยซ้ำ ไม่มีทางเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราแน่
“อีกอย่าง เสื้อผ้าของเธอ ผมไม่ได้ถอดแน่ๆ”
แววตาของเจียงเหยียนค่อยๆ เปลี่ยนจากหวาดกลัวกลายเป็นตกตะลึง แล้วก็ดิ้นรนสองสามที
เฉินกวนปล่อยเธอ
เจียงเหยียนรีบดึงผ้าห่มบางๆ มาปิดกายไว้แน่น ใบหน้าสวยซีดเผือด พลางใช้มือที่สั่นเทาล้วงเข้าไปในผ้าห่มคลำดู รู้สึกว่าร่างกายไม่มีอะไรผิดปกติจากการถูกล่วงเกิน
เธอจึงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ปกติตนเป็นคนชอบนอนเปลือย เสื้อผ้าอาจเป็นตนถอดเองก็ได้
แต่ตอนนี้ ไม่ใช่เวลามานั่งคิดเรื่องพวกนี้แล้ว
“นาย นายรีบไปเถอะ เร็วเข้า! ถ้าถูกแม่สามีฉันมาเห็นเข้า จะอธิบายยังไงก็ไม่รู้เรื่องแน่” เจียงเหยียนลนลานอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีเวลามาคิดเรื่องอื่นแล้ว
“โอเค”
เฉินกวนก็เหงื่อตกเช่นกัน พยักหน้าทันที
นี่ถ้าถูกแม่สามีของเธอขังไว้ในห้อง ต่อให้เขามีร้อยปาก อธิบายว่าเมื่อคืนพวกเขาแค่แบล็กเอาต์ไปแล้ว นอนด้วยกันอย่างบริสุทธิ์ใจแค่นั้น ป้าแกจะเชื่อไหม?
แต่เขาพึ่งจะออกจากห้องนอน มาถึงห้องนั่งเล่น
“ติ๊ด......”
นอกประตูกันขโมย จู่ๆ ก็มีเสียงปลดล็อกกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้น