ตระกูลหนาน
ห้องของอาซุ่ยน้อย
หนานจือจือพาคนในตระกูลหนาน รวมถึงหมอประจำบ้านและพยาบาลอีกกลุ่มหนึ่ง มาล้อมเตียงของอาซุ่ยไว้ พลางเกลี้ยกล่อมอย่างอดทน
“เจ้ายมบาล ฟังกันหน่อยสิ ปล่อยให้ซุ่ยซุ่ยนอนแบบนี้ต่อไปไม่ได้นะ เราต้องพาเธอไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจให้ละเอียดกว่านี้ ร่างกายเธอก็ต้องได้รับสารอาหารด้วย…”
บนเตียง เจ้ายมบาลนั่งหมอบอยู่ข้างอาซุ่ยน้อยราวกับองครักษ์ ไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของหนานจือจือเลยสักนิด
อาซุ่ยน้อยหลับมา 3 วันแล้ว
เจ้ายมบาลก็เฝ้าอยู่ข้างเตียงครบ 3 วันเช่นกัน
ไม่ว่าใครจะพยายามเอาเข็มหรืออาจารย์ผู้วิเศษจากที่อื่นเข้ามาใกล้ มันก็จะโก่งหลังทันที แล้วขู่ฟ่อใส่คนที่เข้ามาอย่างดุดัน
ตลอด 3 วันที่ผ่านมา นอกจากหนานจือจือแล้ว คนอื่น ๆ ไม่มีใครเข้าใกล้อาซุ่ยน้อยที่ยังหลับสนิทได้แม้แต่ก้าวเดียว
เพราะเจ้ายมบาลไม่ใช่แมวธรรมดา คนในตระกูลหนานจึงไม่กล้าใช้วิธีรุนแรงกับมันเกินไป
หนานจิ่งเฉินที่ฟังมานานจนหมดความอดทน เอ่ยขึ้นจากข้าง ๆ
“ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็วางยาสลบแมวโง่นี่ก่อนเถอะ นี่ก็ 3 วันแล้ว เด็กตัวเล็กถ้าเกิดเหม็นขึ้นมา…”
เขายังพูดไม่ทันจบ ก็โดนฝ่ามือเหล็กหลายข้างฟาดใส่หัวกับหลังอย่างแรง
พอหันไปมอง ก็เห็นพ่อกับพี่ชายคนโต คนที่สาม และคนที่สี่กำลังจ้องเขาเขม็ง
พูดเรื่องเหม็นอะไร คนยังไม่ตายสักหน่อย!!
หนานจิ่งเฉินมีสีหน้ารู้สึกผิด
ที่เขาพูดว่าเหม็นก็ไม่ได้หมายถึงกลิ่นเน่าเหม็นของเด็กน้อยเสียหน่อย ไม่ได้อาบน้ำมา 3 วันก็เหม็นได้เหมือนกันนี่นา…
แต่เมื่อเห็นสีหน้าเหมือนน้องสาวกำลังจะร้องไห้ ทั้งยังถูกคนในบ้านจ้องราวกับจะฆ่าให้ตาย เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ
