“เกิดอะไรขึ้น”
หนานจือจืออดเป็นห่วงไม่ได้ “ซุ่ยซุ่ย ลุงห้าของหนูจะถูกอะไรเข้าสิงหรือเปล่า”
ข้อสงสัยของหนานจือจือฟังดูมีเหตุผล ถ้าไม่ใช่เพราะอาซุ่ยไม่เห็นอะไรผิดปกติ เธอเองก็คงสงสัยว่าลุงห้าถูกอะไรเข้าสิงแล้ว
อาซุ่ยส่ายหน้าแล้วพูดแค่ว่า
“ดวงชะตาของลุงห้า อาซุ่ยมองไม่ทะลุ มองเห็นแค่เปลือกนอกนิดหน่อย”
แต่เธอรู้สึกได้ว่าดวงชะตาของลุงห้าและลุงสี่เหมือนกัน ต่างก็ถูกบางอย่างบดบังไว้
สิ่งที่อาซุ่ยแน่ใจคือ บนตัวลุงห้าไม่มีสิ่งอัปมงคลใด ๆ
หนานจิ่งเฉินยิ่งดูหงุดหงิด
หลังจากผ่านเรื่องราวสองครั้งก่อน เขาไม่สงสัยคำพูดของเด็กน้อยอีกเลย
แต่แก้ไปแล้วสองครั้งก็ยังกลับมาเจออีก...
เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปทางอาซุ่ยน้อย แล้วถามอย่างลองเชิง
“แกไม่แน่หรือเปล่า”
ตัวเล็กแค่นี้ ถ้ายังเรียนไม่จบล่ะ
อาซุ่ยน้อยได้ยินดังนั้น ก็ดีดตัวพรวดขึ้นจากหลังเจ้ายมบาล กระโดดขึ้นไปบนโซฟาตัวเล็ก ยืนเท้าเอวจังก้า
เธอ อาซุ่ยน้อย จะยอมให้ใครว่าเตี้ย ยอมให้ใครว่ายันต์ที่เธอวาดขี้เหร่ก็ได้ แต่ไม่มีทางยอมให้ใครว่าเธอไม่ไหวเป็นอันขาด!!
นี่ลุงห้ากำลังดูถูกความเป็นมืออาชีพของอาจารย์สวรรค์น้อยอย่างเธอ!
“ไม่มีใครดูถูกความมืออาชีพของอาซุ่ยได้!”
ถึงลุงห้าก็ไม่ได้เหมือนกัน
หนานจิ่งเฉินไม่คิดว่าคำว่าไม่แน่จะไปสะกิดจุดอ่อนไหวของเด็กน้อยได้ แต่เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้ภัยพิบัติประหลาดนั่นมันคืออะไรกันแน่
ทำไมถึงตามราวีเขาไม่เลิก?
ก็เห็นเจ้าตัวเล็กตรงหน้าตอนนี้ไม่มีท่าทางเหี่ยวเฉาอย่างเมื่อครู่อีกแล้ว ใบหน้าน้อยยังดูจริงจังเอาจริงเอาจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
