เจ้าแมวดำตัวใหญ่ถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ แต่หนานจิ่งทิงก็ยังสังเกตเห็น
มองดูมันคาบยันต์ที่ว่าเป็นยันต์คำสัตย์ที่ทำให้คนพูดความจริงไป หนานจิ่งทิงก็ไม่ได้ห้าม
วันนี้พวกเขามาแต่แรกก็ไม่ได้คาดหวังพึ่งยันต์นั่นอยู่แล้ว
เพียงแต่นี่ก็เป็นแมวของหลานสาวคนเล็ก เขาก็เป็นห่วงมันจะพลัดหลง เลยให้แม่น้องเล็กถ่วงเวลาอยู่ที่นี่ ส่วนตัวเองตามแมวไปเลย
ถือโอกาสดูไปด้วยว่ามีทางเข้าอื่นอีกไหม จะได้ไม่ให้ว่านอวิ๋นเทาพ่นเรื่องมั่วๆ ในโลกออนไลน์ต่อไป
เจ้ายมบาลเดินเร็ว หนานจิ่งทิงก็ไม่ช้าเช่นกัน ตามทันเจ้าแมวตัวใหญ่ในไม่ช้า
ก็เห็นเจ้าแมวใหญ่เดินอ้อมไปข้างหลัง สุดท้ายหยุดอยู่ใต้หน้าต่างชั้นสองบานหนึ่ง หนานจิ่งทิงนัยน์ตาเป็นประกาย
จากที่เขาคุ้นกับผังห้องของคลับ นี่น่าจะเป็นหน้าต่างห้องของว่านอวิ๋นเทา
แต่หน้าต่างสูงเกิน แถมรอบๆ ก็ไม่มีจุดยึดเกาะเลย แมวน่าจะขึ้นไม่ได้
เขากำลังคิดเช่นนี้ ก็เห็นเจ้ายมบาลสะบัดหางยาวด้านหลัง แล้วร่างก็กระโดดขึ้นไปทางหน้าต่างอย่างแผ่วเบา
หนานจิ่งทิงขมวดคิ้ว คิดจะบอกว่าแมวตัวนี้จะกระโดดดีแค่ไหนก็คงกระโดดขึ้นทีเดียวไม่ได้
มันจะตก
คิดในใจอย่างนี้ พริบตาต่อมา หนานจิ่งทิงก็รู้สึกว่าลูกตาพร่าไป
เห็นร่างเจ้าแมวใหญ่สีดำในจังหวะกระโดดขึ้นนั้น รูปร่างมันกลับคล้ายเลือนหายไปในอากาศแค่ชั่วพริบตา แล้วเงาของเจ้าแมวใหญ่ก็ปรากฏข้างขอบหน้าต่างชั้นสอง
หนานจิ่งทิงตะลึงไปเห็นๆ
นี่คือความสามารถการกระโดดของแมวธรรมดาๆ ที่ทำได้งั้นหรือ?
แล้วเมื่อกี้ที่มันหายวับไปนั่นมันเรื่องอะไรกัน?
