ราวกับเสียงฟ้าผ่าดังก้องกลางที่ราบ
ชาวบ้านและทีมงานรายการที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
หลิวจื่อ ชื่อเต็มว่าหลิวเหวยหมิน ทันทีที่ได้ยินคำพูดของอาซุ่ยน้อย เส้นประสาทส่วนลึกในใจก็กระตุกวูบ ใบหน้าแวบผ่านความลนลาน เพียงชั่วพริบตาก็ถูกเขาปกปิดไว้อย่างรวดเร็ว
“เด็กน้อยแกพูดจาเหลวไหลอะไรน่ะ! อย่าคิดว่าเป็นเด็กมาจากในเมืองแล้วจะมาพล่ามได้นะ เขาเป็นลูกฉันหรือเปล่าแกไม่มีสิทธิ์ตัดสิน!”
เขาด่าทออย่างเกรี้ยวกราด หันกลับไปตะโกนใส่เด็กชายที่ยังนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น
“หลิวหย่าง! ยังไม่รีบกลิ้งกลับมาหาพ่ออีกนะ?!”
เด็กชายบนพื้นอายุราวเจ็ดแปดขวบ แต่ร่างกายผอมราวกับไม้เสียบผี เมื่อได้ยินเสียงตวาดของชายคนนั้น ร่างกายก็สั่นเทาโดยไม่รู้ตัว แต่เขากลับข่มใจไว้ไม่ยอมลุกขึ้นเดินตามอีกฝ่าย
เขาเพิ่งได้ยินคำพูดของเด็กผู้หญิงเหมือนกัน
เธอบอกว่า เขาไม่ใช่ลูกของพ่อ
เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?
ถ้าเป็นเรื่องจริง...จะดีแค่ไหนกัน?
เห็นเด็กไม่ขยับ หลิวเหวยหมินก็สบถพลางจะเดินเข้าไปหา แต่อาซุ่ยน้อยกลับไม่หวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย ก้าวไปขวางหน้าเด็กชายไว้หนึ่งก้าว ตั้งใจว่าถ้าอีกฝ่ายลงมือก็จะผลักเขาออกไป
แต่น่าเสียดาย รอบข้างมีทั้งชาวบ้านและทีมงาน ใครเลยจะยอมให้หลิวเหวยหมินแตะต้องตัวเธอสักนิด?
หลิวเหวยหมินเพิ่งจะมีท่าที ชาวบ้านรอบ ๆ ก็กรูกันเข้าไปรั้งตัวเขาไว้แน่นหนาแล้ว
อาซุ่ยน้อยมองใบหน้าเดือดดาลของเขา ทำเพียงเอามือไพล่หลัง ก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว
