พี่ช่างภาพเบียดตัวตามขึ้นไปอย่างทุลักทุเล
“ขอทางหน่อยครับ ทุกคนช่วยหลีกทางให้หน่อย”
คนดูในห้องถ่ายทอดสดก็อยากเห็นเหมือนกัน
คนดูในห้องถ่ายทอดสดต่างซาบซึ้งใจกันยกใหญ่
นอกจากพี่ช่างภาพแล้ว ยังมีใครเห็นพวกเราเป็นเด็กอีกบ้างล่ะ?
พี่ช่างภาพอาศัยแรงตัวเองเพียงคนเดียว ถ่ายภาพที่อยากได้สำเร็จจากอีกฟากของหน้าจอโทรศัพท์
ทุกคนเห็นภาพในโทรศัพท์ เงาที่เดิมยังค่อนข้างชัดกลับจางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ในภาพจากกล้องปกติอีกด้านหนึ่ง เงาของหูลีลี่กลับดูเป็นปกติดี
คนดูในห้องถ่ายทอดสดต่างตะลึงกันหมด
[นี่มันหลักการอะไรกัน? กล้องโดนขี้ธูปจนภาพมัวหรือเปล่า?]
[ดูดี ๆ หน่อยสิ? ตัวหูลีลี่ชัดเจน มีแค่เงาที่มัว ขี้ธูปยังทำให้มัวเฉพาะเงาได้ด้วยเหรอ?]
[บอกแล้วไงว่าจือซุ่ยน้อยมีฝีมืออยู่บ้าง]
ไม่ว่าคนดูในห้องถ่ายทอดสดจะคิดยังไง แขกรับเชิญในสถานที่ถ่ายทำรวมถึงทีมงานต่างตกตะลึงกันไม่น้อย
โดยเฉพาะหูลีลี่ที่แทบไม่อยากเชื่อ
“ที่เฟยเฟยพูดมาทั้งหมดเป็นเรื่องจริงสินะ...”
หูเฟยเฟยรู้สึกเหมือนในที่สุดก็ได้รับความเป็นธรรม จึงหยุดร้องไห้ แถมยังฮึดฮัดอย่างโมโห “ฉันบอกตั้งนานแล้ว!”
จากนั้นก็ถามอาซุ่ยน้อยว่า
“ซุ่ยซุ่ย ช่วยพี่สาวฉันได้ไหม? ฉันยกเงินแต๊ะเอียให้หมดเลย!”
อาซุ่ยน้อยสัมผัสได้ถึงสายตาคาดหวังของเพื่อนตัวน้อย จึงพยักหน้าหงึก ๆ อย่างไว้ตัว
“ได้สิ”
เงาที่จางลงเป็นสัญญาณว่ากำลังจะถูกแยกออกจากร่าง
ตามที่หูเฟยเฟยเล่า อาการแบบนี้เป็นมานานสามวันแล้ว
