ก่อนหน้านี้บอกไปแล้วว่า แม้จิตวิญญาณของอาซุ่ยจะได้รับการหล่อเลี้ยงจากดวงวิญญาณที่เหลืออยู่ของฮ่องเต้แห่งนครเฟิงตู
แต่ร่างกายของเธอเกิดจากการเวียนวัฏฏะในยมโลกอย่างถูกต้อง จึงเป็นเพียงร่างมนุษย์ธรรมดา
ก่อนหน้านี้พลังของวิญญาณเทพแห่งนครเฟิงตูยังตื่นขึ้นไม่เต็มที่ แถมยังถูกวิญญาณร้ายแบ่งเอาไปส่วนหนึ่ง ร่างกายของอาซุ่ยจึงยังพอรับไหว
แต่บางทีอาจเป็นเพราะยมโลกเปิดขึ้นอีกครั้ง ทำให้โลกแห่งนี้เชื่อมต่อกับโลกหลัก
วิญญาณเทพแห่งนครเฟิงตูซึ่งเป็นของโลกหลักแต่เดิมจึงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์
พลังวิญญาณที่ตื่นขึ้น บวกกับพลังที่เคยรวมตัวอยู่บนต้นไม้ยักษ์ ต่างก็ไหลย้อนกลับเข้าสู่ร่างของอาซุ่ยในคราวเดียว ร่างมนุษย์ของเธอไม่อาจรับพลังเทพมหาศาลเช่นนี้ได้เลย
“เร็ว...เร็วเข้า หะ...ห้ามพลังพวกนั้นไหลกลับเข้าร่างของอาซุ่ยต่อ...”
ทางฝั่งนั้น จักรพรรดิผีทั้งห้าทิศเป็นกลุ่มแรกที่เข้าใจความหมายของซือเป่ยอัน ฟางหมิงตั๋วสั่นเทาด้วยความกังวล พลางรีบเอ่ยห้าม
แต่จะห้ามอย่างไรล่ะ?
พวกเขาเองก็ไม่รู้
ไม่ใช่แค่พวกเขา ซือเป่ยอันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรทำอย่างไร
พลังวิญญาณเพียงไหลกลับตามจิตสำนึก ไม่มีพลังจากภายนอกใดจะหยุดยั้งมันได้
น้อยครั้งที่สีหน้าของซือเป่ยอันจะเผยความตื่นตระหนก เขาโผเข้าไปกอดอาซุ่ยที่อยู่ตรงหน้าด้วยมือสั่นเทา พยายามใช้วิธีนี้หยุดพลังเหล่านั้นไม่ให้ไหลเข้าสู่ร่างของเธอ
พร้อมกับการเคลื่อนไหวของเขา นิมิตธรรมสีดำขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง กางแขนออก พยายามขวางพลังเหล่านั้นไว้
เมื่อเห็นเช่นนั้น จักรพรรดิผีทั้งห้าทิศก็เรียกตราอาคมของตนออกมาพร้อมกัน
